ถ้าไปถึงลิเวอร์พูล แล้วเราไม่ไปสนามฟุตบอลของทีม Liverpool ก็คงเหมือนไปไม่ถึงลิเวอร์พูล อยากไปให้เห็นว่าระหว่างทีม Manchester United กับ Liverpool สนามของทีมไหนที่จะแดงกว่ากัน 555
เรามาตั้งหลักกันที่ Liverpool เป็นเมืองที่ 2 ใช้เวลาเดินทางจาก Manchester มาที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าไม่เกิดปัญหาอะไรกับรถไฟน่ะ แต่วันที่เราไปดันเกิดมีการนัดหยุดงานช่วงวันคริสมาตร์ เราเลยต้องเปลี่ยนรถจากรถไฟ Hi so มาเป็นรถไฟ Low so และ Low speed แถมยัง Stop every where อีกต่างหาก ใช้เวลานานพอสมควร แต่อย่าถามว่านานแค่ไหน เพราะเราหลับตลอดทาง
ที่จริงแล้วเมืองแรกในทริปเที่ยวอังกฤษที่เราไปถึงก็คือ Manchester เรามาถึงที่นี่โดยสายการบิน Germanwing ที่นั่งหลังสุด ติดห้องน้ำ ด้วยเครื่องที่บินขึ้นและลงด้วยความรวดเร็ว จนปวดแก้วหู (55+ โฆษณาซ่ะ ไม่มีใครกล้าขึ้น) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จาก Klön มาถึง Manchester อากาศหนาวหิมะตกตลอด แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาของเรา เมื่อมาถึง Manchester จุดมุ่งหมายของเราก็คือ Manchester United Football Fan club ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง Manchester มากนัก โดยการนั่งรถไฟออกมาประมาณ 20 นาที
แอบตื่นเต้นเล็กน้อยว่าเรากำลังจะได้มาเหยียบสนามฟุตบอล ของทีมที่มีแฟนคลับเยอะที่สุดในโลกก็ว่าได้ ตอนนี้เจออะไรที่เป็นป้ายที่เขียนว่า Welcome to Old Trafford เราก็ถ่ายรูปกันหมด เดินมาได้สัก 200-300 เมตร เราก็เจอสนาม ด้วยความดีใจ พวกเราก็รีบถ่ายรูปกันใหญ่ ถ่ายกันหลายมุม แต่ก็นึกสงสัยอยู่ว่าทำไมสนาม Man U. ในวันที่ไม่มีการแข่งขันถึงได้เงียบขนาดนี้ แล้วเราก็พบคำตอบ…ว่านั้นมันไม่ใช่สนาม Man U. นั้นมัน สนาม Cricket แง่ว….หน้าแตก ถึงว่าทำไมใครผ่านไปมาถึงได้มองพวกเรานัก >>>อ่าน “เที่ยว Manchester ทัวร์สนาม Man U.” ต่อที่นี่
ถึงแม้บ้างครั้ง มันจะขัดในความรู้สึกเราเหลือเกิน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลยต้องปล่อยมันไป…Let it be.
เริ่มเรื่องมาซ่ะดราม่าเลย เข้าเรื่องเราดีกว่า เพิ่งได้รู้จักกับ The Beatles แบบจริงจังก็ตอนที่ได้ไปเที่ยวเมือง Liverpool เมื่อตอนปลายปีที่แล้วนี่เอง The Beatles เป็นวงที่โด่งดังมาตั้งแต่ก่อนที่เราจะเกิดด้วยซ้ำ แต่เรามักจะรู้สึกคุ้นหูกับหลายเพลงของ The Beatles เช่น Let it Be, All My Loving, Strawberry Fields Forever, We Can Work it Out, In My Life, Get Back, Come Together, Yesterday, Here Comes the Sun, A Day in the Life >>>อ่าน “The Beatles Story” ต่อที่นี่