Tackle the Web with up to 5 new .COMs, $5.99 for the 1st year!

.

.

Page Rank

Creative Commons License

เที่ยวมันไปเรื่อยที่ปราก

การเดินทางครั้งนี้ไปกันเบาๆ สองคน (แต่น้ำหนักคนไม่เบาเลย) เดินทางสบายๆ ไม่ตบตีกัน เพราะไปกันเกินสองเมื่อไรมีปัญหาทุกที

นานจนจำเกือบจะจำไม่ได้ว่าเราเดินทางช่วงไหนกัน หน้าจะเป็นช่วงปลายๆ หน้าหนาวแล้ว มีฝนตกนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าอากาศดี
ที่พักพี่ที่ไปด้วยกันแกจองหมด เราแสนจะสบาย แค่พาเขาเที่ยวอย่างเดียว ก่อนจะมาเราก็พยายามเตรียมข้อมูลเที่ยวแล้วน่ะ
แต่ปรากฏว่าเครื่องปริ้นมันเสีย เลยไม่ได้ปริ้นอะไรติดมือมาด้วย ก็ไม่ใช้ปัญหาในการเที่ยว เพราะเราเคยมาเดินรอบปรากจนขาแทบจะขาดกันรอบหนึ่งแล้ว พูดถึงความประทับใจที่ปราก มีหลายอย่างมาก ค่าเดินทางถูก ที่พักถูก เมืองสวยน่ารัก โดยเฉพาะปราสาท มีปราสาทเยอะมากและสวยมากด้วย

เรานั่งรถไฟตรงจาก Rostock และแวะเปลี่ยนรถครั้งหนึ่งที่ Berlin แล้วไปเจอกับคุณพี่เล็กที่รอขึ้นรถไฟที่ Dresden นั่งรถต่อมาอีกไม่กี่ชั่วโมง เราก็มาถึง Prague ครั้งนี้เราลงกันที่สถานีกลางเมืองหน่อย หารถราต่อไปที่โรงแรมได้ง่าย สบายกว่าครั้งก่อนเยอะ แต่โรงแรมก็ยังคงอยู่นอกเมืองออกสักนิด แต่ห้องใหม่ ไม่แพงและมีอาหารเช้าให้รับทานได้เต็มที่ ถึงจะเพลียกับการนั่งรถไฟหลายชั่วโมงแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา หลังจากเก็บสัมภาระเราก็รีบออกมาเดินเที่ยวกันทันที ที่นี่ดีเรื่องการขนส่ง ถ้าคุณต้องการเที่ยวในเมือง สักหนึ่งวัน คุณก็ซื้อตั๋ว Day ticket ไปเลย รับรองว่าคุ้มแน่ ขึ้นรถได้ทุกชนิด ถ้าเดินเหนื่อยเราก็ขึ้นรถ นั่งมันไปเรื่อยๆ ชมเมือง

ที่แรกที่เราจะต้องไปในปรากก็คือสะพาน Charles (Karlův) สะพานที่สร้างข้ามแม่น้ำวัลตาวา ซึ่งถือเป็นสะพานที่เป็นสัญลักษณ์ของปรากก็ว่าได้ การไปปรากในครั้งแรกและครั้งที่สอง [...]

กินอะไรดี ที่โปแลนด์

หลังจากที่เราได้เดินไปเที่ยวในเขตเมืองเก่ามาจนทั่วแล้ว ก็เริ่มอ่อนแรง หมดแรงเบอร์เกอร์เมื่อเช้า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เรากับพี่เล็กตอนนี้เหลือกันสองคนแล้ว เพราะสาวๆ ขอแยกตัวไปหาที่ช๊อปปิ้งที่เมืองใหม่กันหมด สองผู้เฒ่า(นิดๆ)อย่างพวกเราก็เลยเดินหาอะไรกินกันไปเรื่อยๆ

ที่เดียวที่นึกออกว่ามีของกินก็คือที่ตลาดตรงจตุรัส ในตลาดมีของขายหลายอย่างทั้งขนม ของกิน ของฝาก เครื่องดื่ม เดินดูทีละร้าน ร้านแรกเลยเป็นร้านขายปลา ปลาทะเลตัวใหญ่ ปรุงรสด้วยเครื่องเทศและรมควัน อยากจะลองซื้อมาชิม แต่ชิ้นใหญ่เกินและเขาคงไม่แบ่งขายแน่เลย เราได้แต่ยืนดู ชิ้นหนึ่งกินทีคงอิ่มไปทั้งอาทิตย์ อีกร้านหนึ่งเป็นขนม มีให้ลองชิมได้ด้วย เราเลยลองไปชิ้นหนึ่ง รสหวานๆ เป็นแป้ง คล้ายครองแครงบ้านเราเลย แต่ไม่มีกลิ่นเครื่องเทศ เราก็เลยตั้งชื่อขนมนี้ว่า ครองแครงโปแลนด์ แต่จริงๆ มันชื่อ Siera selie zagarini เป็นขนมที่ทำจากแป้ง เอาไว้กินเล่น

เดินต่อมาอีกเป็นร้านเบียร์ แจ่มเลย ลองชิมหน่อยว่าเบียร์โปแลนด์เป็นยังไง เบียร์เจ้านี่รสหวานๆ ดื่มง่ายมาก น่าจะเป็นเบียร์ที่ทำเองเพราะดูจากขวดและฉลากแล้ว คงไม่ได้มาจากโรงงาน อยากซื้อกลับมาแต่ว่าไม่อยากดื่มตอนกลางวัน สรุปเลยไม่ได้ซื้อ เดินต่อมาอีกร้านเจอขนมรูปร่างประหลาด เป็นแท่งกลวงๆ ผิวด้านนนอกเป็นหนาม เจ้าของร้านเห็นเราสนใจ เลยยื่นมาให้เราชิม รสชาติมันคล้ายๆ ขนมไข่ เขาขายชิ้นไม่ใหญ่มากแต่ว่าราคาแพงใช่ได้เลย ก็เลยไม่ได้ซื้ออีกเหมือนเดิม

เดินจนทั่วตลาดตอนนี้หิวจัดมาก ยังไม่เจอของกินอิ่มท้องเลย จนมาเจอร้านขายไส้กรอกกับขาหมูน่แหละ แถวบ้านก็มีขายน่ะ [...]

เที่ยววอร์ซอ Warsaw Poland

ติดค้างกันไว้นานสำหรับทริปเที่ยววอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ที่เคยมาบอกว่าจะไปเที่ยวตั้งแต่ต้นปีในโพสท์ Next station “Warsaw” วันนี้ฤกษ์ดี เอารูปกับเรื่องเล่ามาอัพ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอเริ่มเล่าเลยแล้วกัน

ช่วงที่เราไปนั้นอากาศเริ่มจะร้อนๆ แล้ว เราออกเดินทางกันตอนเที่ยง เพื่อไปเจอพี่อีกคนหนึ่งที่เบอร์ลิน หลังจากนั้นนั่งรถไฟจากเบอร์ลินตรงไปวอร์ซอเลย บนรถไฟร้อนอบอ้าวมาก รถไฟยุโรปไม่มีแอร์ด้วย แถมระบบระบายอากาศก็ไม่ค่อยมี เพราะหน้าร้อนมันมีไม่กี่วันในรอบปี เราก็ได้แต่พัดโบกเพื่อหาความเย็นใส่ตัวกันไป ใช้เวลานานเกือบ 6 ชั่วโมง เราก็ถึงวอร์ซอสถานี Warszawa Centralna ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่า แสงไฟในเมืองและแสงจากตึกทำให้เมืองดูสวยหรือเพราะว่าตลอดทางที่ผ่านมามันมืด มันเงียบ จนมองไม่เห็นอะไรก็ไม่รู้น่ะ ต้องเข้าใจว่าโปแลนด์เพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน ความเจริญก็จะอยู่ในเมืองใหญ่ แต่เมืองรอบนอกก็ยังเป็นชนบทกันอยู่ บางครั้งทำให้นึกไปถึงช่วงที่มีสงครามเขาอยู่กันอย่างนี้นี่เอง มันรู้สึกเงียบเหงาบอกไม่ถูก ตั้งแต่เดินทางมามี 2 ที่ ที่เรารู้สึกอย่างนี้ คือที่ วอร์ซอ นี่กับที่ บราติสลาวา

มาถึงก็สี่ทุ่ม ต้องไปเช็คอินที่โรงแรม อยู่ห่าง center ไปสักหน่อย แต่ไม่ไกลมาก นั่งรถไฟไปสะดวกดี พอถึงห้องพักก็แยกย้ายกันไป ห้องที่โรงแรมนี้ใหม่ดี เหมือนห้องตอนที่ไปเที่ยว Liverpool เลย มีส่วนที่เป็นครัวด้วย เราสามารถทำอาหารทานได้ มีเรื่องทีวีที่โปแลนด์จะเล่าด้วย [...]

เที่ยวมันไปเรื่อย Prague Bratislava Vienna Budapest

ทริปเก่ายังไม่ได้ไป ทริปใหม่มาจ่อรอคิว  ตายแน่ๆ

อาทิตย์ก่อนเพิ่งอัพเดทไปว่าจะไปเที่ยวโปแลนด์ อาทิตย์นี้มาอีกแหละ เพราะพี่เล็กคนเดิมเลย ส่งเมลทริป     ราคาโดนใจ 300 ยูโร ตลอดทริป  เราเลยหลุดปากไปว่า “เอ๋ไปโต๊ยเน่อ”  เมื่อหลุดปากไปแล้วว่าเราจะไป เราก็ต้องไป ใช่ม่ะ ฮา…เป็นข้ออ้างทั้งเพ ก็อยากจะไปเองทั้งนั้นแหละ แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็คือไหนๆ พี่เล็กแกก็เรียนจบและเดือนหน้าก็จะกลับเมืองไทยแล้ว น้องก็ขอไปเป็นช่างภาพประจำตัวให้แล้วกัน เอ๋ก็ช่วยพี่ได้เท่านี้แหละ ฟังดูเสียสละจริงๆ

ทริปนี้เราจะไปกันช่วงวันหยุดอีสเตอร์ ต้นเดือนเมษายนแต่ต้องลางานเพิ่มอีก 4 วัน ไปกันหลายเมืองเลย Prague  Bratislava Vienna  Budapest  บางเมืองที่เคยไปแล้วก็จะไปอีก อย่าง Prague นี่เคยไปมาแล้วเมื่อเดือนตุลาปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นสะพานชาร์ลกำลังปรับปรุง เลยไม่ได้ถ่ายรูปสวยๆ ของสะพานมาเลย กลับไปคราวนี้คิดว่า สะพานจะซ้อมเสร็จแล้วน่ะ สาธุ !!!  และว่าจะแวะไปซื้อหนังสือเที่ยวปรากกลับมาด้วย คิดอยู่ในใจตลอดตั้งแต่กลับมาครั้งที่แล้ว ว่าทำไมเราไม่ซื้อหนังสือเล่มนั้นกลับด้วย สุดท้ายเราก็ได้กลับไปอีกครั้ง

ทริปนี้สบายไม่ต้องคิดอะไรมาก จะไปพักที่ไหน ขึ้นรถกี่โมง อาเฮียแกได้วางแผนไว้ให้เราหมดแล้ว จะเล่าทำไม ปกติก็ไม่ได้คิดอยู่แล้ว เมื่อวางแผนกันเสร็จ ก็มาถึงช่วงที่เหนื่อยใจที่สุดของการจะไปเที่ยว นั้นก็คือตอนจ่ายตังค์นั้นเอง แล้วเงินก็จากไป เงินกำลังจะหมุนไปๆ แล้วจะกลับมาไหม  อันนี้ยังไม่รู้  ต้องรอดูกันไป มาดูโครงร่างทริปแบบคร่าวๆ กันก่อน >>>อ่าน “เที่ยวมันไปเรื่อย Prague Bratislava Vienna Budapest” ต่อที่นี่

อยากให้อ่านเรื่องนี้ด้วย

Next station "Warsaw"

แผนการเที่ยวมากันอีกแหละ เที่ยวจริง เที่ยวจัง  ตังค์ก็หมดไป เห่อๆ

เมื่อวันก่อน ตอนบ่ายๆ เรานั่งมองฟ้าหม่นๆ จากหน้าต่างในห้องทำงาน แล้วบอกกับน้องตาว่า “เจ๊อยากไปเที่ยวจังเลย”
แล้วเหมือนสวรรค์ประทาน วันต่อมาน้องจ๊อบก็เดินมาบอกว่า “พี่เล็กชวนไปเที่ยววอร์ซอ สนใจไปม่ะ”
เราตอบกลับไปแบบไม่คิดเลยว่า “ไป”
มาวางแผนเที่ยวกันเลยดีกว่า เร็วจริง เรื่องเที่ยวเนี๊ยะ ขอให้บอก : )

ทั้งที่เพิ่งห่างจากการเดินทางมาได้แค่ 2 เดือน แต่ความรู้สึกเหมือนมันยาวนานมาก สงสัยจะเป็นเพราะ ต้องอยู่กับหน้าหนาวที่มีแต่หิมะและอุณหภูมิติดลบนานเป็นเดือนๆ ตอนนี้อยากเห็นแสงแดดกับเขาบ้าง สำหรับหน้าหนาวอย่างนี้ เจอครั้งเดียวพอแหละ เป็นอากาศประเภทเอาใจมันไม่ถูก เช้ามาหิมะตก พอกลางวันแดดดี ฟ้างี้แจ่มเลย ตกตอนเย็นหิมะตกกันอีกรอบ มันทำให้อารมณ์เราก็เปลี่ยนไปตามอากาศนั้นแหละ ขึ้นๆ ลงๆ แต่ดีอยู่นิดหนึ่งที่ มันยังมีขึ้นบ้าง ลงบ้าง ถ้าเป็นอากาศร้อนๆ แบบเมืองไทย สงสัยจะมีแต่ขึ้นอย่างเดียว วู้…ร้อนกันจริงๆ ยังไงก็รักกันไว้ดีกว่า ความรุนแรงไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น หวังว่าทุกอย่างจะกลับสู่สภาวะปกติในไม่ช้า I hope!!! กลับมาเข้าเรื่องแผ่นการเที่ยวของเรากันดีกว่า เดี๋ยวจะยาวถ้าเข้าเรื่องการเมือง >>>อ่าน “Next station “Warsaw”” ต่อที่นี่

อยากให้อ่านเรื่องนี้ด้วย

อิตาเลี่ยนสไตล์ จานนี่มันทั้งเลี่ยนจริงๆ

เรื่องเล่าเกี่ยวร้านอาหารและอาหารในอิตาลี เรามีเยอะเลย ทั้งเรื่องค่า service ที่จะคิดเพิ่มจากราคาอาหารไปอีก 10% แล้วถ้าเป็นคืนพิเศษ เช่น คืนปีใหม่ ที่ใครๆ ก็อยากไปฉลองกับครอบครัวแล้ว  ค่า service จะแพงกว่าทุกคืน อาจเป็น 12-15% ของราคาอาหาร ซึ่งสำหรับเรามันแพงทีเดียว อาหารก็ตามสไตล์อิตาเลี่ยนค่ะ สปาเกตตี้ พิซซ่า สลัด สเต็ก  แต่ที่ติดใจที่สุด เห็นจะเป็นบริกร เอ๊ย… ต้นตำรับจริงๆ แต่ขอเม้าท์ เรื่อง บริกรที่นี่ก่อน ว่าเขาหล๊อหล่อและเป็นกันเอง อาจเพราะเขารู้มั้งว่าเราแอบปลื้ม 555 กลับมาที่กาแฟค่ะ สำหรับ expresso ที่นี่  ครีม่า รสเข้มจริงๆ ถ้วยน้อยแต่ทำให้สดชื่นได้เลย

ตอนไปโคโมเลค หลังจากเดินเพื่อหาร้านที่ดูแล้วน่าจะถูกปากและถูกตังค์ เราก็ตัดสินใจเดินเข้าร้านอาหารร้านหนึ่ง ร้านเล็กๆ มองไปรอบๆ ไม่มีคนเลย แห่ะ…มันจะอร่อยมั้ยน่ะ  พอเปิดดูราคาอาหาร ก็อย่างเคยราคา(แพง)ใช้ได้เลย ถ้าเลือกสั่งที่ถูก ซึ่งต่างกันไม่เท่าไร แต่อาหารอาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นสั่งอะไรก็ได้ที่เราอยากินมาเลยดีกว่า มองไปจนทั่วเมนู สปาเกตตี้ อีกแหละ…เลือกสปาเกตตี้ทะเลแล้วกัน แล้วหน้าตาก็อย่างที่เห็นค่ะ น่ากินมั้ยค่ะ คำแรกที่ทานเราว่ามันก็อร่อยดีน่ะ มีกลิ่นของบาสิลิคุม แล้วก็เครื่องเทศอะไรไม่รู้มากมาย อร่อยดี แต่พอทานไปหลายๆ คำมันก็เลี่ยนน่ะ  อยากหาอะไรรสชาติเอเชียนกินบ้าง ถูกปาก ถูกตังค์ 555  แต่มาถึงอิตาลีก็ต้องลองกันนิดหนึ่ง >>>อ่าน “อิตาเลี่ยนสไตล์ จานนี่มันเลี่ยนจริงๆ” ต่อที่นี่

อยากให้อ่านเรื่องนี้ด้วย

อิตาลี Pisa เมืองเล็กๆ ที่น่านั่งจิบกาแฟ

วันที่สองในอิตาลี เราตื่นตั้งเช้ามืด นั่งแท็กซี่ ออกมาขึ้นรถไฟ เพื่อนเดินทางไป ปิซ่า ซึ่งใช้เวลา 4 ชั่วโมง จากมิลาน นั่งหลับพับกันอยู่หลายรอบ แต่ก็ยังไม่ถึงสักที  รู้สึกว่าบนรถไฟมีเด็กๆ วัยรุ่นขึ้นกันเยอะมาก รู้สึกแก่ไปเลย หลังจากมาถึงปิซ่า ต้องนั่งรถบัสเข้าไปอีกสามสี่ป้าย ตอนแรกก็ออกมายืนงงๆ กันค่ะ ไม่รู้จะถามใคร แล้วเราก็เจอเหยื่อผู้โชคดี  สาวชาวฟิลิปปินที่หน้าตาละม้ายคล้ายคนไทย เธอใจดีบอกสายรถบัสให้เรา

พอขึ้นไปบน เราแทบไม่ต้องดูทางเลย เพราะทุกคนบนรถเหมือนจะเดินทางไปที่ “หอเอนปิซ่า” กันทุกคน  พอถึงหอเอนรถก็โล่งเลย คนลงกันหมด  เมืองนี่เล็กๆ น่ารัก  แต่นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ  ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกก็เยอะมาก  ต้องเดินให้ทั่วก่อนน่ะค่ะ  อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อ เพราะราคามันไม่เท่ากัน ทั้งที่ของเหมือนกันเด๊ะ

พบเจอคนไทยมาเที่ยวกันเยอะ คนจีน ญี่ปุ่น มากมาย  เรียกได้ว่ามันไม่เหมือนอิตาลีซ่ะเลย ต่างคนโพสท่ากันสนุกสนาน  กอดหอเอนบ้าง  ยันเอาไว้บ้าง  ซึ่งแบบท่ายอดฮิตที่ใครๆ ที่มาถึงก็ต้องขอท่านี้สักภาพ  ทั้งที่ป้ายก็บอกว่าห้ามเดินรัดสนาม  แต่คนก็ลงไปเดินถ่ายรูปกันเต็ม   แล้วสักพักก็ต้องแตกฮือออกมา เพราะตำรวจมาค่ะ  วิ่งกันแถบไม่ทัน

แดดวันนั้นร้อนค่อนข้างแรงค่ะ  ถ่ายรูปสักพัก ก็ขอเดินเที่ยวในเมือง  ถ้าเราเดินหลุดจากส่วนของรั่วปิซ่าแล้ว  ร้านค้าและบ้านเมืองด้านนอกจะดูเงียบๆ เป็นวิถีแบบชาวอิตาลีจริงๆ  [...]

Milano - ไปอิตาลีตอนปีใหม่ 2009

หลังจากนั่งเครื่องหลับเมาขี้ตากันมา…เครื่องก็ลงจอดที่สนามบินมิลาโน  ในวันนี้ท้องฟ้าอึ้มครึ้มเพราะหมอกหนาๆ ของหน้าหนาว  ต้นไม้ที่ใบไม้ร่วงจนเกลี้ยง เรานั่งรถบัสเข้ามาในมิลาน  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตึกรางที่ผ่านสมัยสงครามโลกมาหรือเปล่า  เมืองมิลานเลยดูหดหู่ในความรู้สึกของเราเหลือเกิน  หลังจากที่ลงที่ main station แล้วก็หาทางไปโรงแรมกัน ป้ายรถใต้ดินที่ดูสับสน เรายังงงๆ กับการหยอดเหรียญเพื่อซื้อตั๋วกันอยู่เลย  แล้วก็มีชายคนหนึ่งเข้ามาช่วยซื้อตั๋ว เสร็จสรรพมันก็หยิบเอาเงินทอนที่ไหลออกมาจากตู้ แล้วเดินหนีไปหน้าตาเฉย….พร้อมกับความงุ่นงงของพวกเรา 4 คน  ชักจะไม่น่าประทับใจซ่ะแล้ว  อิตาลี!!!

หลังจากยืนงงและบ่นด่า ตาผู้ชายคนนั้นอยู่สักพักพวกเราก็ตั้งหน้าตั้งเดินทางไปหาโรงแรมเพื่อเช็คอิน  แต่แม่เจ้า มันไม่ง่ายเลย พอเดินขึ้นมาจาก Metro เราก็เดินหมุนตัว 360 องศา เพื่อหาว่าทางที่เราจะเดินไปโรงแรมมันอยู่ตรงไหน  หายากจริงๆ ให้ตาย  ขอเตือนเลย เรื่องทางในมิลาน เพราะเท่าที่ไปมา สี่คืน ไม่มีคืนไหนที่ไม่หลง  เดินหาโรงแรมกันไม่ค่อยจะเจอ อาถรรพ์มีจริง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ  เดินหากัน สองชั่วโมง  และแล้วก็เจอโรงแรมของเราสักที รีบเข้าเช็คอิน เพราะเราจะไปเที่ยวกันต่อ

ที่แรกเลยที่ต้องไป เมื่อมาถึงมิลานคือ ดูโอโม (Duomo) พอเดินขึ้นบรรไดรถใต้ดินขึ้นมาเห็น มันช่างอลังการจริงๆ ลานกว้างๆ และตึกห้างร้านที่อยู่รายรอบ ดูโอโมดูใหญ่โตค่ะ เสียอย่างด้วยที่มีพวกผิวดำมาเดินขายอาหารนก อย่าไปรับมาง่ายๆ น่ะค่ะ  [...]

หน้าร้อนต้องไป ทะเลบอลติก เดินผ่านดง FKK ที่วาเนอมุนเดอ (Warnemünde)

เมื่อหน้าร้อนมาถึง ที่เที่ยวสำคัญของ Rostock ก็คือ Warnemünde หรือ วาเนอมุนเดอ ซึ่งหมายถึง ปากแม่น้ำ Warnow
ในวันเสาร์ อาทิตย์ที่อากาศดีดี ท้องฟ้าสดใส ผู้คนจะมาเดินเล่น ขี่จักรยาน อาบแดด เล่นน้ำทะเล ถึงแม้ว่าอุณหภูมิน้ำจะยังเย็นเจี๊ยบเมื่อเทียบกับน้ำที่บ้านเรา
แต่คนที่นี่เขาก็เล่นกันอย่างสนุกสนาน ตามชายหาด เราจะเห็นคู่หนุ่มสาว เด็กน้อย ร่วมทั้งผู้เฒ่าผู้แก่ มานอนอาบแดด ชายหาดยาวสุดลูกหูลูกตา
ถ้าใครเดินเพลินๆ หันกลับมามองอีกที อาจจะคิดว่าเราเดินมาไกลขนาดนี้เชียวเหรอ

(เรือสำราญที่มาจอดเพื่อให้นักท่องเที่ยว แวะเที่ยวที่ Warnemünde ใหญ่มากๆ เหมือนตึกที่แลนบนผิวน้ำได้เลย)

ช่วงปีแรกที่เรามาเที่ยวที่นี่ จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่มาเดินเที่ยวที่นี่คนเดียว ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะมาคนเดียว มากับเพื่อน แต่ดันคลาดกัน
เพราะเราเข้าใจว่ามันขึ้นรถไปแล้ว เรามั่วแต่ไปเลือกซื้อเชอร์รี่อยู่ พอจ่ายเงินเสร็จก็วิ่งขึ้นรถ ตั๋วก็ไม่มี แถมแบตโทรศัพท์หมดอีก
สุดท้ายเพื่อนเรา มันไม่ได้ขึ้นรถมาด้วย สรุปไม่เคยได้มาเที่ยวกับมันสักที แต่วันนั้นก็ไม่ได้เสียเปล่า เราเลยไปเดินที่หาดคนเดียวดูโน้นดูนี่
ถ่ายรูปเด็กน้อยเล่นน้ำ รู้สึกว่าเดินมาไกลแหละ หาน้ำดื่มดีกว่า พอดื่มน้ำเสร็จมองกลับไปที่ชายหาด เย้ยยยยยย….ทำไมคนไม่ใส่เสื้อผ้า
หรือเราจะเหนื่อยจนตาลายหว่ะ กวาดมองไปรอบๆ เฮ้ย นี่มันหาดเปลื่อยยยยยย ในที่สุดเราก็มาถึง (น้ำตาจะไหล) [...]

รายงานตัวกันก่อน

ต้องขอแนะนำตัวกันก่อนน่ะ

เจ้าของเวปนี้ชื่อ วิราวรรณ หรือ เอ๋
- เป็นลูกหลานชาวสุพรรณ
- เรียนจบ ม. ปลายที่ โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย จ. สุพรรณบุรี
- เรียนจบ ป.ตรี ที่คณะประมง ม.เกษตร บางเขน กทม.
- ป. โท เทคโนโลยีชีวภาพเกษตร ม.เกษตร กำแพงแสน จ. นครปฐม (ถ้าเป็นไปได้จะไปเรียนให้ครบทุกวิทยาเขต)
- ต่อ ป.เอก ที่  University of Bonn ประเทศเยอรมัน ได้รับทุนและทำงานวิจัยที่ FBN-Dummerstorf
- จบปริญญาเอก เป็น ดร. แล้วน่ะค่ะ กำลังหาสังกัดลงอยู่ ^^

อยู่ที่นี่มาเกือบครบ 3 ปี เมืองที่เราอยู่มีชื่อว่า Rostock  ซึ่งพอบอกใครไป หลายคนก็จะถามกลับมาว่า
“มันอยู่ตรงไหนของเยอรมันเหรอ” ไอ้เรื่องนี้ก็ต้องมานั่งเล่ากันหน่อยว่า…

Rostock ตั้งอยู่ตอนเหนือของเยอรมัน ติดทะเลบอลติก ในแคว้น Mecklenburg-Vorpommern เป็นเมืองท่าและเมืองตากอากาศที่สำคัญเมืองหนึ่ง ที่นี่ยังคงความเป็นเยอรมันไว้สูงมาก ชาวต่างชาติน้อยที่มีอยู่เป็นชาวเวียดนามเป็นส่วนใหญ่ อาจมีจีน ญี่ปุ่น [...]