Tackle the Web with up to 5 new .COMs, $5.99 for the 1st year!

.

.

9 วิธีดูแลสมอง

หลังจากที่เราต้องใช้สมองมาตลอดเวลา อาจทำให้ล้าไปบ้าง ดังนั้นเราลองมาดู 9 วิธีดูแลสมองเพื่อให้สมองแข็งแรงกันว่ามีอะไรบ้าง…

1.เสริมสร้างไขมัน อันที่จริงแล้วสมองของคนเรานั่นก็คือก้อนไขมัน ซึ่งไขมันในที่นี่คือไขมันดี เพื่อเสริมสร้างและทดแทนส่วนที่สึกหรอไป ดังนั้นการบบำรุงสมองวิธีหนึ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่นิยมกันคือการรับประทานน้ำมันปลา เพราะน้ำมันปลาต่างจากน้ำมันตับปลาตรงที่น้ำมันตับปลาสกัดจากตับของปลาทะเล บางชนิด ซึ่งมีวิตามิน A และ D ในปริมาณสูง จึงเหมาะสำหรับเสริมสร้างกระดูกและสายตา ซึ่งในน้ำมันปลามีน้อยกว่ามาก ประโยชน์ของน้ำมันปลา คือ ลดระดับไขมันในเลือด โดยเฉพาะลดไตรกลีเซอไรด์ และมีฤทธิ์ในการต้านการเกาะตัวของเกล็ดเลือดจึงช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดี ขึ้น บำรุงสมองและระบบประสาทเหมาะสำหรับทารกจนถึงวัยเด็กที่สมองกำลังพัฒนาสติ ปัญญา และการเรียนรู้ การทำงานของสมองป้องกันความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ ต้านการอักเสบ เช่น ไขข้ออักเสบ โรคผิวหนังบางชนิด และ นอกจากน้ำมันปลาแล้ว สารสกัดใบแปะก๊วย นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรส ส่วนวิตามินซี นับเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสมองและร่างกายอย่างยิ่ง

2.น้ำช่วยชีวิต เนื่อง จากสมองคนเราประกอบไปด้วยน้ำถึง 85 % เซลล์สมองเปรียบเสมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้และเซลล์สมองก็จะเหี่ยวซึ่งส่งให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อที่จะช่วยทำให้ปริมาณไขมันในร่างกายลดลง

โดยทั่วไปแล้ว เรามักได้ยินกันว่า คนเราควรดื่มน้ำวันละ [...]

เพราะชีวิตมันไม่แน่นอน

บันทึกของวันอาทิตย์ที่ 21 ก.พ. 2553

ว่าจะปิดคอมเข้านอนแหละ แต่ก็นึกถึงเรื่องตอนกลางวันขึ้นมา…

วันนี้ลุกจากที่นอนตอน 7 โมง 28 นาที ตื่นมาก็เปิดคอม แล้วกลับมาล้มตัวลงไปนอนต่ออีก ครึ่งชั่วโมง อากาศในห้องเย็น เหมือนเครื่องทำความอุ่นจะไม่ทำงานเลย แต่ก็ยังได้ยินเสียงน้ำในตัวเครื่องไหลอยู่ คอมบู๊ทเครื่องเสร็จและต่อเข้าอินเตอร์เนท เราออน msn แล้วเข้าไปเช็คอีเมล จากนั้นก็เข้ามาดูหน้าเวป ทำอย่างนี้จนเป็นกิจวัตรประจำวัน

วันนี้ออนเจอ “เจี๊ยบ” เพื่อนตั้งแต่สมัยเรียน ป.ตรี ตอนนี้เจี๊ยบไปทำงานอยู่อเมริกา คงใช้ชีวิตสนุกสนานมีความสุข เราส่งเวปให้มันดู แต่วันนี้ดูมันจะเงียบๆ ไม่ค่อยเล่าเรื่องราวในชีวิตของตัวเองให้ฟังเหมือนแต่ก่อน มันบอกว่ามันเบื่อ ไม่อยากคุยกับเราแล้ว มันจะอ่านเวปเรา เออ ดี ไม่เป็นไรตูยังคิดถึงเมิงเหมือนเดิม “เอาเวปตูไปอ่าน แล้วช่วยโปรโมทให้ด้วยน่ะ” และต่อจากนี้ถ้าฉันเห็น visitor จาก Boston ฉันก็จะเดาว่าเป็นแกแล้วกัน

เราปิดหน้า msn จากเจี๊ยบไป ทันทีทันใด “พี่ตู่” ก็ทักขึ้นมา (พี่ตู่เป็นอาจารย์อยู่ที่ ม. [...]

คติสอนใจ..จากไม้ขีดไฟ เพียงอันเดียว

ชีวิตคนเราอาจเปรียบได้กับไม้ขีดไฟ ก้านไม้ขีด..ก็เหมือนกันเวลาชีวิตของเรา เวลาชีวิตของเรา..หากมองจริงๆ ก็แสนจะสั้นเหลือเกิน เมื่อเรามีบางสิ่งบางอย่างทำ บางคน..อาจมองว่า ชีวิตของเรา ทำไมมันช่างแสนจะยาวนานนัก เพราะนั่น..คือการที่เรายังไม่ได้จุดไม้ขีดไฟ เมื่อเกิดการเสียดสีกับกล่องไม้ขีดไฟก็จะลุกโชน ในช่วงเวลาที่เราเริ่มจุดไม้ขีดนั้น ไม้ขีดบางอัน ก็อาจจะลุกติดในทันที แต่บางอันก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะติด ไฟ..ก็เปรียบเสมือนงานหรือจุดมุ่งหมายของเรา บางคน…กว่าจะค้นหาเป้าหมาย ของตัวเองเจอ ก็ช่างนานแสนนาน และเมื่อจะเริ่มทำเป้าหมายที่วางไว้ ให้สำเร็จ..หัวไม้ขีดก็เก่าเสียแล้ว จะจุดไม้ขีดก็ต้องยากเป็นธรรมดา เมื่อไฟลุกติด..เมื่อเราเริ่มทำความฝันให้เป็นความจริง ไฟก็จะมอดก้านไม้ขีด..เวลาแห่งชีวิต เวลาแห่งอิสระก็เริ่มจะสั้นลงๆ ขณะที่ไฟลามไปยังก้านไม้ขีด บางอันอาจจะช้า บางอันอาจจะเร็ว ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งต่างๆ ตอนที่ไฟลุกอยู่…อาจจะมีลมแรงพัดผ่านเข้ามา อาจจะมีฝนตก ไฟก็อาจจะดับได้ เมื่อลุกมาถึงกลางก้านไม้ขีดแล้ว ก็เป็นไปไม่ได้ที่ไฟจะกลับมาลุกโชนอีกครั้งได้ง่ายๆ ก็จำเป็นต้อง พึ่งไม้ขีดอีกอัน พึ่งเพื่อนรักของเรา มาประคองไฟให้ลุกใหม่ได้อีกครั้ง เมื่อจุดหมายของเราใกล้จะประสบความสำเร็จ ก้านไม้ขีดที่เหลือก็มีอยู่น้อยเต็มทีแล้ว แต่เมื่อใดที่ไฟสุดท้ายของไม้ขีดดับมอดลง เมื่อวาระสุดท้ายของคนเรามาถึง ก็จำเป็นที่จะต้องจากไป แต่ประโยชน์ที่เราสร้างไว้ จุดหมายที่ประสบความสำเร็จ ไฟที่สร้างความสว่างไสวเอาไว้ แม้จะเป็นแค่เพียงไฟดวงเล็กๆ แต่ก็ได้สร้างประโยชน์เอาไว้ให้แก่คนรอบข้าง และบางที ก้านไม้ขีดไฟอันนี้…ก็อาจนำไปเพื่อจุดกองไฟกองโต เพื่อความสว่างไสวและ อบอุ่นของคนมากมาย..ตลอดคืน ในทางกลับกัน..บางคนอาจกล่าวว่า ถ้า เราไม่จุดไฟ..เราก็มีก้านไม้ขีดที่เหลืออีกมากมายเหลือเฟือ [...]