ติดค้างกันไว้นานสำหรับทริปเที่ยววอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ที่เคยมาบอกว่าจะไปเที่ยวตั้งแต่ต้นปีในโพสท์ Next station “Warsaw” วันนี้ฤกษ์ดี เอารูปกับเรื่องเล่ามาอัพ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอเริ่มเล่าเลยแล้วกัน
ช่วงที่เราไปนั้นอากาศเริ่มจะร้อนๆ แล้ว เราออกเดินทางกันตอนเที่ยง เพื่อไปเจอพี่อีกคนหนึ่งที่เบอร์ลิน หลังจากนั้นนั่งรถไฟจากเบอร์ลินตรงไปวอร์ซอเลย บนรถไฟร้อนอบอ้าวมาก รถไฟยุโรปไม่มีแอร์ด้วย แถมระบบระบายอากาศก็ไม่ค่อยมี เพราะหน้าร้อนมันมีไม่กี่วันในรอบปี เราก็ได้แต่พัดโบกเพื่อหาความเย็นใส่ตัวกันไป ใช้เวลานานเกือบ 6 ชั่วโมง เราก็ถึงวอร์ซอสถานี Warszawa Centralna ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่า แสงไฟในเมืองและแสงจากตึกทำให้เมืองดูสวยหรือเพราะว่าตลอดทางที่ผ่านมามันมืด มันเงียบ จนมองไม่เห็นอะไรก็ไม่รู้น่ะ ต้องเข้าใจว่าโปแลนด์เพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน ความเจริญก็จะอยู่ในเมืองใหญ่ แต่เมืองรอบนอกก็ยังเป็นชนบทกันอยู่ บางครั้งทำให้นึกไปถึงช่วงที่มีสงครามเขาอยู่กันอย่างนี้นี่เอง มันรู้สึกเงียบเหงาบอกไม่ถูก ตั้งแต่เดินทางมามี 2 ที่ ที่เรารู้สึกอย่างนี้ คือที่ วอร์ซอ นี่กับที่ บราติสลาวา
มาถึงก็สี่ทุ่ม ต้องไปเช็คอินที่โรงแรม อยู่ห่าง center ไปสักหน่อย แต่ไม่ไกลมาก นั่งรถไฟไปสะดวกดี พอถึงห้องพักก็แยกย้ายกันไป ห้องที่โรงแรมนี้ใหม่ดี เหมือนห้องตอนที่ไปเที่ยว Liverpool เลย มีส่วนที่เป็นครัวด้วย เราสามารถทำอาหารทานได้ มีเรื่องทีวีที่โปแลนด์จะเล่าด้วย [...]
แรกสัมผัสกำแพงเบอร์ลิน จะบอกอย่างนี้ก็ไม่ผิด ถึงแม้จะมาที่เบอร์ลินหลายรอบ แต่ยังไม่เคยได้มีโอกาสได้มา touch สัมผัส จับต้อง กำแพงเบอร์ลินแบบเต็มๆ สักที กำแพงส่วนนี้ถูกเรียกว่า East Side Gallery การเดินทางมาที่ East Side Gallery นี้ เราสามารถนั่ง S-Bahn สาย S3, S5, S7, S9 แล้วมาลงที่ Ostbahnhof หรือ Warschauer Str. ก็ได้ แต่ถ้าจะเลือกนั่ง U-Bahn ก็ขึ้นสาย U1, U15 มาลงที่ Warschauer Str. ค่ะ แล้วเดินต่อไปอีกสัก 500 เมตร ก็จะถึง East Side Gallery
East Side Gallery เป็นส่วนของกำแพงเบอร์ลินที่ไม่ได้ถูกทำลาย มีความยาวประมาณ 1.3 กิโลเมตร ที่นี่เป็นเหมือน open gallery [...]
หลังจากที่เดินพ้นจาก Brandenburger tor มาแล้ว ถ้าเราเลี้ยวทางขวาจะไปยังรัฐสภาของเยอรมันหรือ Bundestag แต่ถ้าเราเลี้ยวซ้ายจะตรงไปเราจะได้เจอยัง Postdamer plazt ซึ่งเป็นที่ตั้งของตึกหน้าแปลกตึกหนึ่ง นั้นคือ Sony tower นั้นเอง
แต่ก่อนที่เราจะเดินมาถึง Sony tower ที่ Potsdamer platz เราจะผ่าน ลานที่มีแท่นหินรูปร่างคล้ายโรงศพเรียงกันเป็นแนวบนลานต่างระดับ เป็นร้อยๆ แท่น ตรงนี้คือ อนุสรณ์ที่รำลึกถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หรือ Holocaust Memorial ในสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นเอง อยากเล่าว่าครั้งแรกที่เรามาเจอตรงนี้ เป็นกลางคืน แล้วเราก็เดินผ่านไปแบบงงๆ โดยที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เห็นแต่แท่นหิน เรียงเต็มไปหมด ตอนกลางคืนตรงนี้จะเงียบมาก แทบจะไม่มีคนเลย ทั้งๆ ที่มันอยู่กลางเมือง แอบหลอนตัวเองอีก
พอเดินมาถึง Potsdamer platz เราจะเจอ ตึก 2 ตึกที่รูปร่างแปลกๆ นั้นคือ ตึก D-Bahn [...]
เบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมันและเป็นที่แรกในเยอรมันที่เรามาถึง นั่งเครื่องไปลงที่สนามบิน Tegal ตอนนั้นยังไม่รู้อะไรเลย ลงเครื่องมาแบบงงๆ ซ้าย ขวา จะไปทางไหนดี เงินเหรียญก็ไม่มีจะหยอดรถเข็นกระเป๋า พอดีเจอป้าคนไทยคนหนึ่ง ใจดีมาก เขาให้ยืมเหรียญและช่วยโทรหาอาจารย์ให้ ถ้าวันนั้นไม่ได้ป้าเขา เราก็คงแย่ หลังจากเจออาจารย์ทุกอย่างก็ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว อาจารย์ท่านขับรถพาดูในเมืองรอบหนึ่ง พร้อมกับพูดเล่นว่า “พาดูเมืองใหญ่สักรอบก่อน เพราะเดี๋ยวเราจะกลับไปบ้านนอกกันแล้ว ฮาๆ” และนั้นก็เป็นครั้งแรกในเบอร์ลิน
หลังจากทำงานมาได้สักพัก ทางสถาบันก็มีการจัด workshop เกี่ยวกับ bioinfomatics เราถูกจัดให้ไป workshop เป็นเวลา 1 อาทิตย์ ที่ HUMBOLDT-UNIVERSITÄT ZU BERLIN กรุงเบอร์ลิน แอบดีใจเล็กๆ จะได้ไปเที่ยว แต่ก็โว้งเว้งตอนที่ต้องเดินทางคนเดียวนี้แหละ ต้องเดินทางออกจากที่พักตั้งแต่เช้าเพื่อไปถึงรถไฟ แต่มันก็มีปัญหาจนได้ เพราะช่วงนั้นถนนที่เข้าเมืองดันมีการซ่อมแซม ทำให้เราไปถึง สถานีช้าไปจากกำหนดเดิม 5 นาที ซึ่งนั้นควรเป็นเวลาที่เราใช้ในการเดินไปถึงรถไฟที่จะไปเบอร์ลิน นาทีนั้นรู้เลยว่าเวลาแต่ละนาทีมีค่ามาก ไฟแดงมันก็แดงน๊านนาน ส่วนรถจะติดอะไรนักหนา คนขับทำไมขับช้าอย่างนี้ๆๆ ลุง ได้แต่นั่งคิดทำอะไรไม่ได้ พอรถจอดที่ Bahnhof เราลงจากรถแล้ววิ่งแบบไม่คิดชีวิตเพื่อไปขึ้นรถไฟ [...]
ทริปเก่ายังไม่ได้ไป ทริปใหม่มาจ่อรอคิว ตายแน่ๆ
อาทิตย์ก่อนเพิ่งอัพเดทไปว่าจะไปเที่ยวโปแลนด์ อาทิตย์นี้มาอีกแหละ เพราะพี่เล็กคนเดิมเลย ส่งเมลทริป Prague Bratislava Vienna Budapest ราคาโดนใจ 300 ยูโร ตลอดทริป เราเลยหลุดปากไปว่า “เอ๋ไปโต๊ยเน่อ” เมื่อหลุดปากไปแล้วว่าเราจะไป เราก็ต้องไป ใช่ม่ะ ฮา…เป็นข้ออ้างทั้งเพ ก็อยากจะไปเองทั้งนั้นแหละ แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็คือไหนๆ พี่เล็กแกก็เรียนจบและเดือนหน้าก็จะกลับเมืองไทยแล้ว น้องก็ขอไปเป็นช่างภาพประจำตัวให้แล้วกัน เอ๋ก็ช่วยพี่ได้เท่านี้แหละ ฟังดูเสียสละจริงๆ
ทริปนี้เราจะไปกันช่วงวันหยุดอีสเตอร์ ต้นเดือนเมษายนแต่ต้องลางานเพิ่มอีก 4 วัน ไปกันหลายเมืองเลย Prague Bratislava Vienna Budapest บางเมืองที่เคยไปแล้วก็จะไปอีก อย่าง Prague นี่เคยไปมาแล้วเมื่อเดือนตุลาปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นสะพานชาร์ลกำลังปรับปรุง เลยไม่ได้ถ่ายรูปสวยๆ ของสะพานมาเลย กลับไปคราวนี้คิดว่า สะพานจะซ้อมเสร็จแล้วน่ะ สาธุ !!! และว่าจะแวะไปซื้อหนังสือเที่ยวปรากกลับมาด้วย คิดอยู่ในใจตลอดตั้งแต่กลับมาครั้งที่แล้ว ว่าทำไมเราไม่ซื้อหนังสือเล่มนั้นกลับด้วย สุดท้ายเราก็ได้กลับไปอีกครั้ง
ทริปนี้สบายไม่ต้องคิดอะไรมาก จะไปพักที่ไหน ขึ้นรถกี่โมง อาเฮียแกได้วางแผนไว้ให้เราหมดแล้ว จะเล่าทำไม ปกติก็ไม่ได้คิดอยู่แล้ว เมื่อวางแผนกันเสร็จ ก็มาถึงช่วงที่เหนื่อยใจที่สุดของการจะไปเที่ยว นั้นก็คือตอนจ่ายตังค์นั้นเอง แล้วเงินก็จากไป เงินกำลังจะหมุนไปๆ แล้วจะกลับมาไหม อันนี้ยังไม่รู้ ต้องรอดูกันไป มาดูโครงร่างทริปแบบคร่าวๆ กันก่อน >>>อ่าน “เที่ยวมันไปเรื่อย Prague Bratislava Vienna Budapest” ต่อที่นี่
อยากให้อ่านเรื่องนี้ด้วย
แผนการเที่ยวมากันอีกแหละ เที่ยวจริง เที่ยวจัง ตังค์ก็หมดไป เห่อๆ
เมื่อวันก่อน ตอนบ่ายๆ เรานั่งมองฟ้าหม่นๆ จากหน้าต่างในห้องทำงาน แล้วบอกกับน้องตาว่า “เจ๊อยากไปเที่ยวจังเลย”
แล้วเหมือนสวรรค์ประทาน วันต่อมาน้องจ๊อบก็เดินมาบอกว่า “พี่เล็กชวนไปเที่ยววอร์ซอ สนใจไปม่ะ”
เราตอบกลับไปแบบไม่คิดเลยว่า “ไป”
มาวางแผนเที่ยวกันเลยดีกว่า เร็วจริง เรื่องเที่ยวเนี๊ยะ ขอให้บอก : )
ทั้งที่เพิ่งห่างจากการเดินทางมาได้แค่ 2 เดือน แต่ความรู้สึกเหมือนมันยาวนานมาก สงสัยจะเป็นเพราะ ต้องอยู่กับหน้าหนาวที่มีแต่หิมะและอุณหภูมิติดลบนานเป็นเดือนๆ ตอนนี้อยากเห็นแสงแดดกับเขาบ้าง สำหรับหน้าหนาวอย่างนี้ เจอครั้งเดียวพอแหละ เป็นอากาศประเภทเอาใจมันไม่ถูก เช้ามาหิมะตก พอกลางวันแดดดี ฟ้างี้แจ่มเลย ตกตอนเย็นหิมะตกกันอีกรอบ มันทำให้อารมณ์เราก็เปลี่ยนไปตามอากาศนั้นแหละ ขึ้นๆ ลงๆ แต่ดีอยู่นิดหนึ่งที่ มันยังมีขึ้นบ้าง ลงบ้าง ถ้าเป็นอากาศร้อนๆ แบบเมืองไทย สงสัยจะมีแต่ขึ้นอย่างเดียว วู้…ร้อนกันจริงๆ ยังไงก็รักกันไว้ดีกว่า ความรุนแรงไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น หวังว่าทุกอย่างจะกลับสู่สภาวะปกติในไม่ช้า I hope!!! กลับมาเข้าเรื่องแผ่นการเที่ยวของเรากันดีกว่า เดี๋ยวจะยาวถ้าเข้าเรื่องการเมือง >>>อ่าน “Next station “Warsaw”” ต่อที่นี่
อยากให้อ่านเรื่องนี้ด้วย
เรื่องเที่ยวอังกฤษของเรายังไม่จบ ไปถึงลอนดอนแต่ไม่มีรูปสถานที่สำคัญๆ ของลอนดอนเลย ก็จะยังไงอยู่
ถึงฝนจะตก ฟ้าจะครึ้ม อากาศไม่เป็นใจแค่ไหน เราก็จะต้องออกไปเที่ยวให้คุ้มที่มาถึงที่นี่ จะให้มานอนแห้งเหี่ยวอยู่ที่ห้องได้ยังไง
ห้องพักก็ใช่ว่าจะใหญ่ พูดถึงที่พัก ตลอดการเดินทางครั้งนี้เราต้องพัก Backpacker Hotel กัน ค่าห้องพักแต่ละเมืองที่ไป
ราคาไม่ได้แตกต่าง คือ แพงเหมือนกัน แต่สภาพที่พักต่างกัน อย่างที่ Manchester ห้องพักจะคล้ายๆ Backpacker Hotel ทั่วไป

ส่วนที่ Liverpool หรูหรามาก มีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องครัว พักได้ 3 คน อยู่แบบสบายๆ มีทีวีให้ดู ด้านล่างมี Tesco อยู่ใกล้ๆ แต่ที่ลอนดอนไม่ได้ถ่าย
รูปมา พอจะบรรยายได้ว่ามันแคบมาก แค่วางของกับนอนก็เต็มห้องแล้ว ใน 1 ห้อง มีเตียง 3 เตียง เรียงห่างกันแค่ 1 ฟุต แล้วยังมีตู้ที่เป็นชั้นสำหรับวางทีวีจอน้อยๆ ตัว
หนึ่ง พร้อมกับเป็นที่วางกาต้มน้ำ แก้ว และเป็นตู้เสื้อผ้าด้วย (คิดไม่ออกหล่ะซิ) ใันเอนกประสงค์มาก >>>อ่าน “ลอนดอน มาแล้วน่ะ ตอน เที่ยว Victoria Memorial, Buckingham palace, London eye, Big ben และ Tower Bridge” ต่อที่นี่
อยากให้อ่านเรื่องนี้ด้วย

รถรางขบวนนี้ วิ่งขึ้นลงบนภูเขา เพื่อรับส่งนักท่องเที่ยว องศาการวิ่งตั้งชันมาก น่าจะเกือบ 45 องศา ค่อยๆ วิ่งขึ้นไปที่จุดสูงสุดของเขาลูกนี้ พอขึ้นด้านบนก็เต็มไปด้วย บ้านพักตากอากาศ มีร้านขายของที่ระลึกกับร้านกาแฟเล็กๆ อยู่
ข้างบน ปกคลุมไปด้วยหิมะ ตอนแรกที่ขึ้นไปถึง หมอกลงจัดมาก มองไม่เห็นอะไรเลย จนกระทั้งแดดส่องมา เราเลยได้มีโอกาสเห็น วิวสวยๆ ของที่นี่ >>>อ่าน “ทะเลสาป Como เมื่อลมหนาวมาเยือน” ต่อที่นี่
อยากให้อ่านเรื่องนี้ด้วย
วันที่สองในอิตาลี เราตื่นตั้งเช้ามืด นั่งแท็กซี่ ออกมาขึ้นรถไฟ เพื่อนเดินทางไป ปิซ่า ซึ่งใช้เวลา 4 ชั่วโมง จากมิลาน นั่งหลับพับกันอยู่หลายรอบ แต่ก็ยังไม่ถึงสักที รู้สึกว่าบนรถไฟมีเด็กๆ วัยรุ่นขึ้นกันเยอะมาก รู้สึกแก่ไปเลย หลังจากมาถึงปิซ่า ต้องนั่งรถบัสเข้าไปอีกสามสี่ป้าย ตอนแรกก็ออกมายืนงงๆ กันค่ะ ไม่รู้จะถามใคร แล้วเราก็เจอเหยื่อผู้โชคดี สาวชาวฟิลิปปินที่หน้าตาละม้ายคล้ายคนไทย เธอใจดีบอกสายรถบัสให้เรา
พอขึ้นไปบน เราแทบไม่ต้องดูทางเลย เพราะทุกคนบนรถเหมือนจะเดินทางไปที่ “หอเอนปิซ่า” กันทุกคน พอถึงหอเอนรถก็โล่งเลย คนลงกันหมด เมืองนี่เล็กๆ น่ารัก แต่นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกก็เยอะมาก ต้องเดินให้ทั่วก่อนน่ะค่ะ อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อ เพราะราคามันไม่เท่ากัน ทั้งที่ของเหมือนกันเด๊ะ
พบเจอคนไทยมาเที่ยวกันเยอะ คนจีน ญี่ปุ่น มากมาย เรียกได้ว่ามันไม่เหมือนอิตาลีซ่ะเลย ต่างคนโพสท่ากันสนุกสนาน กอดหอเอนบ้าง ยันเอาไว้บ้าง ซึ่งแบบท่ายอดฮิตที่ใครๆ ที่มาถึงก็ต้องขอท่านี้สักภาพ ทั้งที่ป้ายก็บอกว่าห้ามเดินรัดสนาม แต่คนก็ลงไปเดินถ่ายรูปกันเต็ม แล้วสักพักก็ต้องแตกฮือออกมา เพราะตำรวจมาค่ะ วิ่งกันแถบไม่ทัน
แดดวันนั้นร้อนค่อนข้างแรงค่ะ ถ่ายรูปสักพัก ก็ขอเดินเที่ยวในเมือง ถ้าเราเดินหลุดจากส่วนของรั่วปิซ่าแล้ว ร้านค้าและบ้านเมืองด้านนอกจะดูเงียบๆ เป็นวิถีแบบชาวอิตาลีจริงๆ [...]