หลังจากที่เราต้องใช้สมองมาตลอดเวลา อาจทำให้ล้าไปบ้าง ดังนั้นเราลองมาดู 9 วิธีดูแลสมองเพื่อให้สมองแข็งแรงกันว่ามีอะไรบ้าง…
1.เสริมสร้างไขมัน
อันที่จริงแล้วสมองของคนเรานั่นก็คือก้อนไขมัน ซึ่งไขมันในที่นี่คือไขมันดี เพื่อเสริมสร้างและทดแทนส่วนที่สึกหรอไป ดังนั้นการบบำรุงสมองวิธีหนึ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่นิยมกันคือการรับประทานน้ำมันปลา เพราะน้ำมันปลาต่างจากน้ำมันตับปลาตรงที่น้ำมันตับปลาสกัดจากตับของปลาทะเล บางชนิด ซึ่งมีวิตามิน A และ D ในปริมาณสูง จึงเหมาะสำหรับเสริมสร้างกระดูกและสายตา ซึ่งในน้ำมันปลามีน้อยกว่ามาก ประโยชน์ของน้ำมันปลา คือ ลดระดับไขมันในเลือด โดยเฉพาะลดไตรกลีเซอไรด์ และมีฤทธิ์ในการต้านการเกาะตัวของเกล็ดเลือดจึงช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดี ขึ้น บำรุงสมองและระบบประสาทเหมาะสำหรับทารกจนถึงวัยเด็กที่สมองกำลังพัฒนาสติ ปัญญา และการเรียนรู้ การทำงานของสมองป้องกันความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ ต้านการอักเสบ เช่น ไขข้ออักเสบ โรคผิวหนังบางชนิด และ นอกจากน้ำมันปลาแล้ว สารสกัดใบแปะก๊วย นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรส ส่วนวิตามินซี นับเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสมองและร่างกายอย่างยิ่ง
2.น้ำช่วยชีวิต
เนื่อง จากสมองคนเราประกอบไปด้วยน้ำถึง 85 % เซลล์สมองเปรียบเสมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้และเซลล์สมองก็จะเหี่ยวซึ่งส่งให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อที่จะช่วยทำให้ปริมาณไขมันในร่างกายลดลง
โดยทั่วไปแล้ว เรามักได้ยินกันว่า คนเราควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แต่ในความเป็นจริงนั้น คือควรดื่มวันละ 14 [...]
บางสิ่งเล็กๆ ที่เราประทับใจ เราชอบ เรารัก
แม้มันจะเป็นสิ่งเล็กๆ แต่ถ้าเราเปลี่ยนมันมาเป็นแรงผลักดัน
ไม่น่าเชื่อน่ะ ว่ามันจะมีแรงดันได้รุนแรงทีเดียว
มันอาจจะดันคุณไปได้ไกลถึงดวงจันทร์
ดันคุณไปให้ได้เป็นในสิ่งที่คุณอยากเป็นและอยากทำ
เปลี่ยนสิ่งนั้นให้เป็นแรงบันดาลใจ ดันเราไปให้ถึงดวงดาว
- – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – -
บ่นไรไม่รู้มา 2 วัน วันนี้เพลงเพราะที่สุด ^_^
อยากให้อ่านเรื่องนี้ด้วย
เพราะชีวิตมันไม่แน่นอน (8)
เพราะชีวิตมัน(โคตร)ไม่แน่นอน (3)
ชีวิต ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทาง (0)
Keep it simple (0)
9 วิธีดูแลสมอง (0)
ทำไมต้องทำเรื่องง่าย ให้เป็นเรื่องยาก
แล้วกับเรื่องยากๆ มองให้ง่าย เดี๋ยวเราก็ทำได้ ไม่เห็นจะยาก
บางทีลีลามากไป มันน่าเบื่อ ปนน่ารำคาญ
คนเก่งจริงไม่เรื่องมาก คนฉลาดจริงไม่มากเรื่อง
โดย วินทร์ เลียววาริณ
อยากให้อ่านเรื่องนี้ด้วย
แรงบันดาลใจ(เล็กๆ) (2)
เพราะชีวิตมันไม่แน่นอน (8)
เพราะชีวิตมัน(โคตร)ไม่แน่นอน (3)
ชีวิต ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทาง (0)
9 วิธีดูแลสมอง (0)
“ชีวิต ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทาง”
คนส่วนมากก้มหน้าก้มตาทำงาน บุกบั่นไปข้างหน้า สร้างตัว สร้างฐานะ โดยหวัง ว่าเมื่อ ไปถึงจุดหมายปลายทางของชีวิตจะได้”ประสบความสำเร็จ” แล้วก็จะเริ่มมีความสุขและเมื่อคิดถึงความสุขเขาก็มักจะนึกถึง เงิน ลาภ ยศ และอำนาจ แต่เมื่อไปถึงจุดสูงสุดในชีวิต เขากลับไม่พบอะไรที่ทำให้พอใจได้ ความสุขที่ใฝ่ฝันไว้ก็ยังอยู่สุดเอื้อม ราวกับว่ามันสามารถหนีไปได้อย่างน่าประหลาด ยิ่งเราพยายามไล่ตามมันไปเร็วเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนว่ามันยิ่งอยู่ห่างไกลจากเราออกไปทุกที
มีคนไม่น้อยรีบร้อนตื่นแต่เช้า เพื่อขับรถออกไปเที่ยวชายทะเลที่ต่างจังหวัด เร่งขับรถอย่างเร็ว คิดเพียงว่าจะไปถึงให้ได้เร็วที่สุดไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
แต่พอไปถึง ลงจากรถ สลัดแข้งสลัดขา มองไปรอบๆ แล้วคิดว่าไม่เห็นจะมีอะไรเลย นอกจากน้ำกับฟ้า ได้มาถึงทะเล ตามที่หวังไว้ ก็แค่ งั้นๆ มองเท่าไหร่ ๆ ก็หาความสุขไม่พบและในที่สุด เขาก็ต้องมาเร่งรีบขับรถกลับบ้านอีก…เพราะไม่รู้จะอยู่ไปทำไม
เขาไม่มีทางรู้ หรอกว่า โดยแท้จริงแล้ว ชีวิตก็คือการเดินทาง จุดหมายปลายทาง ก็คือความสำเร็จ หรือเป้าหมายในชีวิตของแต่ละคน ซึ่งไม่ได้สำคัญเท่า กับช่วงเวลาระหว่างที่ชิวิตกำลังดำเนินไปเลยแม้แต่น้อย
ในแต่ละวัน แต่ละชั่วโมง ที่ยังมีลมหายใจอยู่ ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เหมือนเราไปเที่ยว ไม่ใช่ให้ไปถึงที่หมายเสียก่อนแล้วจึงจะเริ่มสนุกสนาน แต่ความสนุก นั้น น่า จะเริ่มตั้งแต่ ตอนที่เริ่มออกเดินทางแล้ว ความจริงน่าจะ [...]
แม่มีเรื่องจะบอกเอ๋ แต่พ่อไม่ให้บอก อืม…..แม่จะบอกดีไหม แม่ไม่บอกดีกว่า “เออ อ่ะน่ะ แม่ฉ้านนนน”
วันหนึ่งเราโทรกลับไปหาแม่ที่เมืองไทย นั่งคุยโน้นคุยนี่กันไปเรื่อยจนอยู่ๆ แม่ก็เงียบไปสักพัก แล้วพูดว่า
“แม่มีเรื่องจะบอกเอ๋ แต่พ่อไม่ให้บอก อืม…แม่จะบอกดีไหม แม่ไม่บอกดีกว่า”
เราเริ่มไม่สบายใจเล็กน้อย แต่ก็ถามกลับไปว่า “มันเป็นเรื่องที่จะทำให้เอ๋ต้องเสียเงินหรือต้องทำอะไรหรือเปล่า”
แม่ก็บอกว่า “ไม่หรอก เป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว นานเป็นปีแล้ว แต่แม่อยากให้เอ๋รู้”
ไม่รู้ทำไมในเสี้ยววินาทีนั้น เราก็คิดถึง “ปู่” ขึ้นมาทันที เพราะนานแล้วที่แม่ไม่ค่อยได้เล่าถึงปู่เลย เมื่อก่อนทุกครั้งที่โทรไปหาแม่ แม่จะเล่าว่าอาทิตย์นี้ไปเยี่ยมปู่ ซื้อขนมไปฝาก พาปู่ไปหาหมอ แต่หลายเดือนมานี้ ไม่พูดถึงเลย มีแต่เราที่จะถามถึงว่า ปู่เป็นยังไงบ้าง ไปเยี่ยมแกบ้างหรือเปล่า แต่แม่ก็ตอบว่า ไปบ้าง แล้วก็เงียบ แล้วก็เปลี่ยนเรื่องคุย
แม่ค่อยๆ พูดออกมาว่า
“ปู่เสียไปได้ปีหนึ่งแล้วน่ะเอ๋ แต่พ่อเขากลัวว่าเอ๋จะเสียใจ เลยไม่ให้บอก”
พอได้ยินน้ำตามันก็ไหล ทั้งที่ในใจก็เตรียมรับอยู่แล้วว่าอาจจะเป็นเรื่องนี้ ก่อนที่เราจะมาเรียนปู่ก็ร่างกายอ่อนแอมากแล้ว เราบอกปู่ว่า
“ดูแลตัวเองน่ะปู่ เอ๋จะเอาปริญญาเอกกลับมาฝาก”
วันนี้เอ๋กลับไปไม่ทันแล้ว แต่ทุกอย่างก็ยังต้องดำเนินต่อไป และเอ๋จะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด พอจะเดาออกว่าถ้าไม่มีปู่แล้ว อะไรจะเกิดขึ้น มากคนมากความ ไม่อยากจะพูดถึง สมบัติที่มีค่าที่สุดที่ปู่ให้ โอ๋กับเอ๋ ไว้ ก็คือการศึกษา เป็นสิ่งที่ไม่มีวันที่ใครจะเอาไปจากเราได้
รัก เคารพ [...]
บันทึกของวันอาทิตย์ที่ 21 ก.พ. 2553
ว่าจะปิดคอมเข้านอนแหละ แต่ก็นึกถึงเรื่องตอนกลางวันขึ้นมา…
วันนี้ลุกจากที่นอนตอน 7 โมง 28 นาที ตื่นมาก็เปิดคอม แล้วกลับมาล้มตัวลงไปนอนต่ออีก ครึ่งชั่วโมง อากาศในห้องเย็น เหมือนเครื่องทำความอุ่นจะไม่ทำงานเลย แต่ก็ยังได้ยินเสียงน้ำในตัวเครื่องไหลอยู่ คอมบู๊ทเครื่องเสร็จและต่อเข้าอินเตอร์เนท เราออน msn แล้วเข้าไปเช็คอีเมล จากนั้นก็เข้ามาดูหน้าเวป ทำอย่างนี้จนเป็นกิจวัตรประจำวัน
วันนี้ออนเจอ “เจี๊ยบ” เพื่อนตั้งแต่สมัยเรียน ป.ตรี ตอนนี้เจี๊ยบไปทำงานอยู่อเมริกา คงใช้ชีวิตสนุกสนานมีความสุข เราส่งเวปให้มันดู แต่วันนี้ดูมันจะเงียบๆ ไม่ค่อยเล่าเรื่องราวในชีวิตของตัวเองให้ฟังเหมือนแต่ก่อน มันบอกว่ามันเบื่อ ไม่อยากคุยกับเราแล้ว มันจะอ่านเวปเรา เออ ดี ไม่เป็นไรตูยังคิดถึงเมิงเหมือนเดิม “เอาเวปตูไปอ่าน แล้วช่วยโปรโมทให้ด้วยน่ะ” และต่อจากนี้ถ้าฉันเห็น visitor จาก Boston ฉันก็จะเดาว่าเป็นแกแล้วกัน
เราปิดหน้า msn จากเจี๊ยบไป ทันทีทันใด “พี่ตู่” ก็ทักขึ้นมา (พี่ตู่เป็นอาจารย์อยู่ที่ ม. เกษตร ภาควิชากีฏวิทยา) ตอนนี้พี่ตู่กำลังเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น แกถามเรามาว่า [...]
………………..