Tackle the Web with up to 5 new .COMs, $5.99 for the 1st year!

.

.

Milano - ไปอิตาลีตอนปีใหม่ 2009

หลังจากนั่งเครื่องหลับเมาขี้ตากันมา…เครื่องก็ลงจอดที่สนามบินมิลาโน  ในวันนี้ท้องฟ้าอึ้มครึ้มเพราะหมอกหนาๆ ของหน้าหนาว  ต้นไม้ที่ใบไม้ร่วงจนเกลี้ยง เรานั่งรถบัสเข้ามาในมิลาน  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตึกรางที่ผ่านสมัยสงครามโลกมาหรือเปล่า  เมืองมิลานเลยดูหดหู่ในความรู้สึกของเราเหลือเกิน  หลังจากที่ลงที่ main station แล้วก็หาทางไปโรงแรมกัน ป้ายรถใต้ดินที่ดูสับสน เรายังงงๆ กับการหยอดเหรียญเพื่อซื้อตั๋วกันอยู่เลย  แล้วก็มีชายคนหนึ่งเข้ามาช่วยซื้อตั๋ว เสร็จสรรพมันก็หยิบเอาเงินทอนที่ไหลออกมาจากตู้ แล้วเดินหนีไปหน้าตาเฉย….พร้อมกับความงุ่นงงของพวกเรา 4 คน  ชักจะไม่น่าประทับใจซ่ะแล้ว  !!!

หลังจากยืนงงและบ่นด่า ตาผู้ชายคนนั้นอยู่สักพักพวกเราก็ตั้งหน้าตั้งเดินทางไปหาโรงแรมเพื่อเช็คอิน  แต่แม่เจ้า มันไม่ง่ายเลย พอเดินขึ้นมาจาก Metro เราก็เดินหมุนตัว 360 องศา เพื่อหาว่าทางที่เราจะเดินไปโรงแรมมันอยู่ตรงไหน  หายากจริงๆ ให้ตาย  ขอเตือนเลย เรื่องทางในมิลาน เพราะเท่าที่ไปมา สี่คืน ไม่มีคืนไหนที่ไม่หลง  เดินหาโรงแรมกันไม่ค่อยจะเจอ อาถรรพ์มีจริง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ  เดินหากัน สองชั่วโมง  และแล้วก็เจอโรงแรมของเราสักที รีบเข้าเช็คอิน เพราะเราจะไปเที่ยวกันต่อ

ที่แรกเลยที่ต้องไป เมื่อมาถึงมิลานคือ ดูโอโม (Duomo) พอเดินขึ้นบรรไดรถใต้ดินขึ้นมาเห็น มันช่างอลังการจริงๆ ลานกว้างๆ และตึกห้างร้านที่อยู่รายรอบ ดูโอโมดูใหญ่โตค่ะ เสียอย่างด้วยที่มีพวกผิวดำมาเดินขายอาหารนก อย่าไปรับมาง่ายๆ น่ะค่ะ  เดี่ยวต้องมาจ่ายเงินกัน แล้วต้องระวังกล้องและของมีค่าด้วย  เก็บดีๆ ระวังจะโดนฉกไปไม่รู้ตัว  ด้านข้างดูโอโมเป็นห้างใหญ่ชื่อ La Galleria ด้านมีร้านแบรนด์เนม มากมาย  ส่วนมากร้านค้าและเสื้อผ้าที่ขายอยู่ในมิลาน ซึ่งเป็นเมืองแห่งแฟชั่นแห่งนี้ ก็จะเป็นของมียี่ห้อและมีคุณภาพทั้งสิ้น พวกเราได้แค่เดินจับต้องสัมผัส เพื่อให้รู้ว่านั้นคือของดี ก็พอใจแหละ

ไฮไลท์ของมิลานก็คือการช๊อปปิ้งจริงๆ คนกระเป๋าแบน backpack อย่างพวกเราก็ เดินดูกันอย่างเดียว เมื่อเดินกันจนเหนื่อยได้ที่ก็เกิดหิวน้ำหล่ะซิ ขอบอกว่าน้ำแถวนี้ราคาแพงใช้ได้เลย ไอ้จะเดินเข้าร้านกาแฟทุกครั้ง มันก็ไม่ไหว ดังนั้นห้างที่เป็น super จริงเป็นที่ที่ของกินและน้ำดื่มราคาธรรมดาที่สุด ถ้าเจอทีเราต้องไปรีบซื้อมาตุนไว้ แม้ว่ามันจะหนักก็ตาม

เราเที่ยวในมิลานอยู่ 2 วันได้ นั่งรถวนๆ ในเมืองไม่มีอะไรเลย แถมหนาวอีก พอค่ำมาเราก็เข้าร้านอาหาร ซึ่งก็มีแต่ร้านสปาเกตตี้ สไตล์อิตาเลี่ยน กินหลายมื้อชักไม่ไหว ไม่กินก็ไม่รู้จะกินอะไร จะเลือกกินอลังกาลตามใจ ราคาอาหารก็แพงเหลือเกิน แต่สุดท้าย เราก็กิน อยากจะบอกว่า พนักงานเสริ์ฟที่นี่ หน้าตาดีมาก หนุ่มอิตาลีหล่อสุดๆ อันนี้คอมเฟริ์มเลย หลังอาหารเย็นฟ้ามืด พวกเราก็กลับเข้าที่พัก เดินหลงกันเหมือนเดิม หลงทุกคืน

ที่โรงแรมเราพัก เป็นห้องเตียงคู่ มีห้องน้ำในตัว ผนังห้องไม่เก็บเสียง กลางดึก เราสะดุ้งตื่นเพราะเสียงคนข้างห้องมันเมา แล้วก็ตะโกนคุยกันโวยวายไปหมด แต่แปลกมากที่น้องที่นอนด้วยกัน มันไม่ยักกะตื่นทั้งทีเสียงดังขนาดนี้ เป็นอยู่ 2 คืน น้องมันก้หลับสนิท ในใจคิดว่าหรือเราจะโดนผีหลอกว่ะ เสียงดังขนาดนี้มันไม่ตื่น แต่ก็ไม่กล้าทำอะไร ได้แต่นอนฟังเสียงข้างห้องมันเมา กะว่าถ้ามีเสียงคนทะเลาะกันแล้วฆ่ากันน่ะ คงใช่เลย แต่แล้วก็มีเสียงคนเคาะห้องนั้น แล้วก็มีเสียงพูดกัน คงเป็นคุณลุงที่นั่งที่เคาเตอร์ขึ้นมาเตือน ห้องนั้นเลยเงียบไป คงออกไปต่อกันข้างนอก

ไปมิลานครั้งนี้ก็เลยไม่ประทับใจเท่าไร แต่ก็ได้เปิดหูเปิดตา แต่เราไม่ไปแล้วน่ะ ถ้าจะไปคงเป็นเวนิชหรือโรมมากกว่า บับบาย มิลาน

อยากให้อ่านเรื่องนี้ด้วย

Leave a Reply

  

  

  

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>