ถ้าไปถึงลิเวอร์พูล แล้วเราไม่ไปสนามฟุตบอลของทีม Liverpool ก็คงเหมือนไปไม่ถึงลิเวอร์พูล อยากไปให้เห็นว่าระหว่างทีม Manchester United กับ Liverpool สนามของทีมไหนที่จะแดงกว่ากัน 555
เรามาตั้งหลักกันที่ Liverpool เป็นเมืองที่ 2 ใช้เวลาเดินทางจาก Manchester มาที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าไม่เกิดปัญหาอะไรกับรถไฟน่ะ แต่วันที่เราไปดันเกิดมีการนัดหยุดงานช่วงวันคริสมาตร์ เราเลยต้องเปลี่ยนรถจากรถไฟ Hi so มาเป็นรถไฟ Low so และ Low speed แถมยัง Stop every where อีกต่างหาก ใช้เวลานานพอสมควร แต่อย่าถามว่านานแค่ไหน เพราะเราหลับตลอดทาง

พอมาถึง Liverpool เราก็เดินหาโรงแรม กระเป๋าก็หนัก ของก็เยอะ (ตูจะขนอะไรมากันนักหนาว่ะ) เดิน เดิน เดิน อย่าไปบอกใครน่ะว่า เราเดินผ่านทางเข้าโรงแรมอยู่ 3 รอบ แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นทางเข้า ก็พี่แกเล่นไม่มีป้ายอะไรบอกเลย ต้องใช้สัญชาตญานหาเอาเอง ยังไม่พอน่ะ เข้าไปที่เคาน์เตอร์ ไม่มีใครเลย มีแค่โทรศัพท์เครื่องหนึ่งวางไว้ แล้วเขียนว่าให้โทรติดต่อเจ้าหน้าที่เบอร์นี้ xxxxxx อะไรสักอย่าง เออ…แต่่ (อีกแล้ว) โทรไปแล้วมันไม่ติด ตกลงหนูจะได้เข้าห้องพักมั้ยหล่ะวันนี้ โชคดีที่มีคุณป้าท่าทางใจดีกับสามีของแกเข้ามาพัก เขาเลยใช้มือถือโทรไปเบอร์นั้นแทน แล้วเราก็ได้ code ที่จะใช้เปิดตู้ locker เอากุญแจออกมา เพิ่งเคยเจอโรงแรมอย่างนี้เป็นครั้งแรก บ่น บ่น แต่พอเข้าไปในห้องพัก โอ้ว…มันหรูหราเกินราคาที่เราจ่ายไป เลยไม่บ่นอะไรแหละ อยากจะอยู่ห้องอย่างนี้ตลอดทางจริงๆ โฆษณาให้ซ่ะหน่อย stayliverpool.com รับรองไม่ผิดหวังค่ะ
วันรุ่งขึ้นเราก็ไปสนามฟุตบอลของทีม Liverpool กัน นั่งรถบัสออกไปประมาณ 10 นาที ก่อนจะถึงสนาม Liverpool จะผ่านสนาม Everton ก่อน อยู่ใกล้ๆ กันไม่กี่กิโลเมตรเอง พอไปถึงก็วิ่งไปถ่ายรูปมุมนั้นมุมนี้ แล้วไปซื้อตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ โดยใช้บัตรนักศึกษายื่นขอลดราคาเหลือประมาณ 4-5 ปอนด์ พอไปเห็นมาแล้วความแดงกินกันไม่ลง สรุปว่างานนนี้ทั้งสองทีม Manchester United กับ Liverpool แดงพอๆ กัน แต่ดูเหมือนว่าความเก่าแก่ของลิเวอร์พูลจะมีมากกว่า ดูจากสิ่งของที่แสดงในพิพิธภัณฑ์แล้ว เก่าเก็บจริงๆ แต่ทุกชิ้นก็มีตำนาน ด้านในพิพิธภัณฑ์มีส่วนจัดแสดงชุดเสื้อทีม ถ้วยรางวัล เครื่องราชของผู้จัดการทีม จนไปถึงชุดยาปฐมพยาบาล เชื่อเลยว่าเก็บไว้ทุกอย่าง
มีตู้หนึ่งที่เก็บของที่ระลึกจากการไปแข่งในต่างประเทศ ดูไปดูมามันก็มีแต่ภาษาอังกฤษ แล้วนี่ “โค้ก” อ้าวนี่มันถ้วยจากเมืองไทยนี่หว่า มีของประเทศไทยด้วยน่ะ เขาเก็บไว้หมด บัตรเติมเงิน บัตรเข้าชมการแข่งขัน เสื้อที่ใส่ไปแข่ง ถ้วยเบญจรงค์ที่ระลึกของไทย
ที่ชอบอีกอย่างในพิพิธภัณฑ์ก็คือ รูปเสื้อของสมาชิกในทีมที่ทำด้วยโมเสก น่ารักดี หลังจากชมในส่วนพิพิธภัณฑ์หมดแล้ว ก็ได้เวลาไปชมในส่วนห้องเปลี่ยนผ้านักกีฬา ห้องแถลงข่าวและสนามด้านใน ตรงห้องแถลงข่าว เขาก็ทำให้เราดูว่าเวลามีการแถลงข่าวจริงๆ เป็นอย่างไร โดยหาเด็กน้อยอาสาสมัครออกไปให้สัมภาษณ์ 2-3 คน มีน้องคนหนึ่งมาจาก Manchester เขาถามว่าทำไมมาเที่ยวสนาม Liverpool เด็กคนนั้นตอบว่า เพราะเขาชอบ Liverpool โฆษกเลยแซวไปว่า น้อยคนนักจาก Mancester ที่ชอบ Liverpool เราก็นึกขำอยู่….น้องมันเก่ง เข้าใจตอบ
ด้านในสนาม เมื่อเทียบกับสนามแมนยู เรารู้สึกว่าที่นี่เล็กกว่า แต่วิทยากรบอกว่าประมาณปีหน้า Liverpool จะสร้างสนามใหม่ เพราะสนามนี้ค่อนข้างเก่าและที่นั่งไม่พอกับผู้ชม โดยจะทุบสนามเก่าลง แล้วสร้างใหม่ สร้างร้านอาหารและโรงแรม ก็รอดูกันว่าเสร็จแล้วจะเป็นยังไง
ก่อนจะจบเรื่องเล่าวันนี้ ฝากไว้กับข้อความดีดี ที่ไปเจอมาใต้รูป Steven Gerrard “Success Is A Journey Not A Destination – ความสำเร็จคือการเดินทาง ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง “ ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จ เราต้องออกเดิน หยุดอยู่กับที่เมื่อไรเราคงไปไม่ถึง วันนี้ขอจบทริปทัวร์ Liverpool ไว้เท่านี้ก่อน…ง่วงมาก ไม่ไหวแหละ ราตรีสวสัดิ์
ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการเดินทางไปสนามแอนฟิลด์
พอดีว่าที่พักที่เราไปพัก มันใกล้กับ Liverpool railway Stations น่ะ ซึ่งใกล้ๆ มันมี Queen Square bus station
เดินเอาได้ แต่ลองถามคนแถวนั้นดูว่ามันอยู่ทิศไหน พอไปถึงก็ไปบอกเขาเลยว่าจะไปสนาม Liverpool Football Club
(ปล. ออกเสียงให้ถูกด้วยน่ะ ลิเวอพูล ฟุตบอล คลับ อย่าลืมตัว L น่ะค่ะ ห่อลิ้นด้วย เพราะเดี๋ยวคนอังกฤษ ไม่เข้าใจ)
บอกว่าซื้อตั๋วแบบ round trip ไปและกลับ แต่คุณต้องจำให้ได้ว่าคุณซื้อตั๋วรสบัสของบริษัทอะไรน่ะ เพราะมันมีหลายบริษัท แต่เขาก็จะวิ่งไปกลับจากสนามเหมือนกัน ตอนนั้นเราขึ้นของ Arriva
ถ้าเราขึ้นรถผิดบริษัท เราก็ต้องจ่ายใหม่น่ะ แต่ไม่แพงหรอก แต่ไม่ผิดจะดีกว่า นั่งรถจากสถานีรสบัส 10 นาที ก็จะถึงสนาม
ไม่ต้องกลัวหลงน่ะ เพราะคนลงกันเยอะ และจอดหน้าสนามเลย เวลาจะกลับก็มาขึ้นรถฝั่งตรงข้ามที่เราลง
ส่วนเรื่องตั๋วดูบอลนี้ เราไม่ได้ไปดูบอล แต่ถ้าจะดู คุณน่าจะต้องเช็คก่อนที่จะไปว่า เขามันนัดแข่งกันหรือเปล่า
ลองเข้าไปดูที่
http://www.liverpoolfc.tv/tickets/latest-ticket-news
ส่วนตั๋วเข้าชมสนาม ลองดูในเวปนี้ หรือไปซื้อที่สนามเลยก็ได้ แต่ที่นีเขาเข้ากันเป็นรอบๆ น่ะค่ะ ถ้าไปวันปกติ คุณก็จะได้ชมสนาม แต่ถ้าไปวันแข่ง คุณก็ได้ดูบอล
http://www.liverpoolfc.tv/history/tour-and-museum?ncid=Corporate_MuseumTour_splbox_May11_SPLBOX_27042011
ต้องรายละเอียดอื่นๆ ของทีม Liverpool
http://assets.lfcimages.com/welcome-to-liverpool-fc





อืมมน่าเที่ยวครับ ผมคงไ่ม่มีโอกาสไปดอกเมืองนอกเมืองนาเอาเป็นว่าผมเชียร์ทีมศรีษะเกษ FC ดีกว่าแฮะ!
อยากได้รายละเอียดของการไปสนามแอนฟิลด์ การจองบัตรดูบอล ตามที่รีวิวของแมนยูครับ
ขอบคุณครับ
นานมาก ขอนั่งทางในนึกก่อนน่ะค่ะ รอสักครู่ ^^
ถึงคุณpornchai
พอดีว่าที่พักที่เราไปพัก มันใกล้กับ Liverpool railway Stations น่ะ ซึ่งใกล้ๆ มันมี Queen Square bus station
เดินเอาได้ แต่ลองถามคนแถวนั้นดูว่ามันอยู่ทิศไหน พอไปถึงก็ไปบอกเขาเลยว่าจะไปสนาม Liverpool Football Club
(ปล. ออกเสียงให้ถูกด้วยน่ะ ลิเวอพูล ฟุตบอล คลับ อย่าลืมตัว L น่ะค่ะ ห่อลิ้นด้วย เพราะเดี๋ยวคนอังกฤษ ไม่เข้าใจ)
บอกว่าซื้อตั๋วแบบ round trip ไปและกลับ แต่คุณต้องจำให้ได้ว่าคุณซื้อตั๋วรสบัสของบริษัทอะไรน่ะ เพราะมันมีหลายบริษัท แต่เขาก็จะวิ่งไปกลับจากสนามเหมือนกัน ตอนนั้นเราขึ้นของ Arriva
ถ้าเราขึ้นรถผิดบริษัท เราก็ต้องจ่ายใหม่น่ะ แต่ไม่แพงหรอก แต่ไม่ผิดจะดีกว่า นั่งรถจากสถานีรสบัส 10 นาที ก็จะถึงสนาม
ไม่ต้องกลัวหลงน่ะ เพราะคนลงกันเยอะ และจอดหน้าสนามเลย เวลาจะกลับก็มาขึ้นรถฝั่งตรงข้ามที่เราลง
แผนที่ค่ะ
http://maps.google.co.th/maps?hl=en&tab=ll
ส่วนเรื่องตั๋วดูบอลนี้ เราไม่ได้ไปดูบอล แต่ถ้าจะดู คุณน่าจะต้องเช็คก่อนที่จะไปว่า เขามันนัดแข่งกันหรือเปล่า
ลองเข้าไปดูที่
http://www.liverpoolfc.tv/tickets/latest-ticket-news
ส่วนตั๋วเข้าชมสนาม ลองดูในเวปนี้ หรือไปซื้อที่สนามเลยก็ได้ แต่ที่นีเขาเข้ากันเป็นรอบๆ น่ะค่ะ ถ้าไปวันปกติ คุณก็จะได้ชมสนาม แต่ถ้าไปวันแข่ง คุณก็ได้ดูบอล
http://www.liverpoolfc.tv/history/tour-and-museum?ncid=Corporate_MuseumTour_splbox_May11_SPLBOX_27042011
ต้องรายละเอียดอื่นๆ ของทีม Liverpool
http://assets.lfcimages.com/welcome-to-liverpool-fc