Tackle the Web with up to 5 new .COMs, $5.99 for the 1st year!

.

.

Page Rank

create counter

Creative Commons License

โพสย้อนเวลา…เดินเที่ยวผ่านความหนาวที่เบอร์ลิน

เมืองหลวงของเยอรมันและเป็นที่แรกในเยอรมันที่เรามาถึง นั่งเครื่องไปลงที่สนามบิน Tegal ตอนนั้นยังไม่รู้อะไรเลย ลงเครื่องมาแบบงงๆ ซ้าย ขวา จะไปทางไหนดี เงินเหรียญก็ไม่มีจะหยอดรถเข็นกระเป๋า พอดีเจอป้าคนไทยคนหนึ่ง ใจดีมาก เขาให้ยืมเหรียญและช่วยโทรหาอาจารย์ให้ ถ้าวันนั้นไม่ได้ป้าเขา เราก็คงแย่ หลังจากเจออาจารย์ทุกอย่างก็ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว อาจารย์ท่านขับรถพาดูในเมืองรอบหนึ่ง พร้อมกับพูดเล่นว่า “พาดูเมืองใหญ่สักรอบก่อน เพราะเดี๋ยวเราจะกลับไปบ้านนอกกันแล้ว ฮาๆ” และนั้นก็เป็นครั้งแรกในเบอร์ลิน

หลังจากทำงานมาได้สักพัก ทางสถาบันก็มีการจัด workshop เกี่ยวกับ bioinfomatics เราถูกจัดให้ไป workshop เป็นเวลา 1 อาทิตย์ ที่  HUMBOLDT-UNIVERSITÄT ZU BERLIN กรุงเบอร์ลิน แอบดีใจเล็กๆ จะได้ไปเที่ยว แต่ก็โว้งเว้งตอนที่ต้องเดินทางคนเดียวนี้แหละ ต้องเดินทางออกจากที่พักตั้งแต่เช้าเพื่อไปถึงรถไฟ แต่มันก็มีปัญหาจนได้ เพราะช่วงนั้นถนนที่เข้าเมืองดันมีการซ่อมแซม ทำให้เราไปถึง สถานีช้าไปจากกำหนดเดิม 5 นาที ซึ่งนั้นควรเป็นเวลาที่เราใช้ในการเดินไปถึงรถไฟที่จะไปเบอร์ลิน นาทีนั้นรู้เลยว่าเวลาแต่ละนาทีมีค่ามาก ไฟแดงมันก็แดงน๊านนาน ส่วนรถจะติดอะไรนักหนา คนขับทำไมขับช้าอย่างนี้ๆๆ ลุง ได้แต่นั่งคิดทำอะไรไม่ได้  พอรถจอดที่ Bahnhof เราลงจากรถแล้ววิ่งแบบไม่คิดชีวิตเพื่อไปขึ้นรถไฟ พร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบ กำลังวิ่งขึ้นบันได มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินสวนมาแล้วบอกว่า “schönweg” (รถไปแล้ว) เห่อออ…แล้วก็ไม่ทัน เราต้องรอรถเที่ยวต่อไป อีกเกือบ 2 ชั่วโมง คงไปไม่ทันเปิด workshop แน่เลย

หลังจากขึ้นรถเที่ยวต่อไปได้และมาถึงเบอร์ลิน ก็ต้องขึ้นบัสไปที่มหา’ลัยอีก น้องเก คนไทยอีกคนที่ไปรอที่นั้นบอกว่ามันหายากมากเลยน่ะพี่ ห้องอยู่ซับซ้อนมาก เอาหล่ะซิตู พอไปถึงป้ายรถบัสที่ต้องลงเราก็วิ่งเลย เพราะกลัวจะไม่ทันพรีเซนต์ โชคยังดีที่เราเข้าตึกนั้นทางประตูด้านหลัง เลยหาห้องนั้นเจอไมยาก ไปถึงห้องพรีเซนต์ เอาของวางเสร็จปุ๊บ พิธีกรก็เรียกเราไปพรีเซนต์ปั๊บ (แง๊ ยังไม่หายเหนื่อยเลยหง่ะ) แต่ the show must go on! เอาว่ะ ยิ้มไว้ก่อน ดีน่ะที่นั่งท่องมาตลอดทาง แล้วมันก็เป็นงานของเราที่ทำอยู่ทุกวันนี่แหละ ไม่ได้ยากอะไร พูดอย่างคล่อง แล้วจบไป มีคำถามเล้กน้อย ก็ตอบไป

แล้วก็กลับมานั่งพักให้หายเหนื่อย น้องเก มันบอกว่าพี่นี่สุดยอด อยากจะบอกว่า ตูเหนื่อยจะแย่แล้ว หมดความตื่นเต้นใดๆ ทั้งสิ้น

ตาราง workshop แน่นทุกวัน กว่าจะเสร็จก็เกือบ 4-5 โมงเย็น แล้วเป็นหน้าหนาวด้วย มืดเร็ว จะมีเวลาเที่ยวไหมน่ะ ห่วงเรื่องเที่ยวอยู่เรื่องเดียวแหละ คืนแรกคณะที่ไป workshop ก็มีการนัดไปทานอาหารอินเดียกัน เราก็ต้องไปตามมารยาท แต่จริงๆ อยากไปเดินเที่ยวข้างนอกมากกว่า ทานข้าว พูดคุยกัยสนุกสนาน แนะนำตัวกันไปเรียบร้อย ทุกคนก็ขอตัวแยกย้ายกันออกมา

เรา น้องเก และ Kristene เพื่อนเยอรมันอีกคน ก็ไปเดินท่องราตรีกัน เบอร์ลินตอนกลางคืนก็น่ากลัวเหมือนกันน่ะ มีเทค บาร์ พับ เต็มไปหมด พวกเราเลยเปลี่ยนไปขึ้นรถ s-bahn น่าจะดีกว่าเดินเที่ยวอย่างนี้ ไปลงที่ Alexander plazt ตรงนี้ก็มีจุดที่น่าเดินเที่ยวหลายจุด (คลิ๊กรูปดูขนาดใหญ่)  TV tower (Fernsehturm), Neptunbrunnen ที่มีรูปปั้นเทพโพรไซดอนอยู่, นาฬิกาโลก, Rathaus แล้วเดินต่อไปบนถนน Karl-Liebknecht-Strasse และตรงไปทางถนน Unter den linden เพื่อไปที่ Brandenburger Tor ต่อไป

เพิ่งไปเจอรูปนี้ ไปหลายรอบ ถ่ายรูปเก็บไว้จนลืม ดูดีสุดแหละ ทั้งคน ทั้งประตู > <

เดินมาเรื่อยๆ ตามถนน Unter den linden เราจะเจอ ฺBerliner dome ตลอดสองข้างทางบนถนน Unter den linden จะเป็นโชว์รูมรถยุโรป ที่ราคาแพงๆ ที่บางยี่ห้อเรายังไม่รู้จักด้วยซ้ำ เดินดูกันเพลินเลยทีเดียว

สุดปลายถนนเส้นนี้เราก็จะเจอ Brandenburger tor ประตูนี้ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 และยังเป็นประตูที่ได้ต้อนรับการมาเยี่ยนเยอรมันของนโปเลียนอีกด้วย ต่อมาหลังจากที่เยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 และเบอร์ลินถูกแบ่งออกประตู Brandenburger tor นี้ จึงกลายเป็นทางผ่านเข้าออกของเยอรมันตะวันออกและตะวันตกประตูหนึ่ง

ที่เที่ยวในเบอร์ลินยังไม่หมด แต่ว่าคนเขียนง่วงแล้ว ไว้มาต่อกันตอนต่อไปน่ะค่ะ ……ไปต่อกันเลยดีกว่า

อยากให้อ่านเรื่องนี้ด้วย

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>