แรกสัมผัสกำแพงเบอร์ลิน จะบอกอย่างนี้ก็ไม่ผิด ถึงแม้จะมาที่เบอร์ลินหลายรอบ แต่ยังไม่เคยได้มีโอกาสได้มา touch สัมผัส จับต้อง กำแพงเบอร์ลินแบบเต็มๆ สักที กำแพงส่วนนี้ถูกเรียกว่า East Side Gallery การเดินทางมาที่ East Side Gallery นี้ เราสามารถนั่ง S-Bahn สาย S3, S5, S7, S9 แล้วมาลงที่ Ostbahnhof หรือ Warschauer Str. ก็ได้ แต่ถ้าจะเลือกนั่ง U-Bahn ก็ขึ้นสาย U1, U15 มาลงที่ Warschauer Str. ค่ะ แล้วเดินต่อไปอีกสัก 500 เมตร ก็จะถึง East Side Gallery
East Side Gallery เป็นส่วนของกำแพงเบอร์ลินที่ไม่ได้ถูกทำลาย มีความยาวประมาณ 1.3 กิโลเมตร ที่นี่เป็นเหมือน open gallery สำหรับแสดงภาพวาด Graffiti บนกำแพง โดยศิลปินจากหลายเชื้อชาติทั่วโลก (รวมถึงคนไทยด้วย) แต่เดิมกำแพงส่วนนี้ ได้ถูกปรับปรุงมาตลอดเพราะ มีพวกมือดีมาขีดเขียน พ่นสีข้อความต่างๆ บนรูปภาพจนเลอะเทอะอยู่เป็นประจำ แต่ตอนที่เราได้ไปมีการปรับปรุงใหม่ ลงสีใหม่ ดูสะอาดตา ไม่เหมือนหลายๆ รูปที่เราค้นเจอในอินเตอร์เนท
ภาพไฮไลท์ของกำแพงเบอร์ลินที่เราจะเห็นบ่อยๆ ในอินเตอร์เนท มีอยู่ 2 ภาพ ที่ใครไปที่นี่ ต้องห้ามพลาดที่จะถ่ายรูปกับ 2 ภาพ นี้ คือ “The Mortal Kiss” ที่วาดโดย “Dmitri Vrubel” ศิลปินชาวรัสเซีย “The Mortal Kiss” เป็นภาพวาดล้อเลียนการจูบปากกันอย่างดูดดื่ม ของ Leonid Brezhnev ผู้นำโซเวียต กับ Erich Honecker ประธานาธิบดีเยอรมันตะวันออกในปี 1879 ที่มีรูปต้นแบบเป็นรูปด้านข้าง หลายปีผ่านไป ภาพนี้ก็ซืดจางและเลอะเทอะไปด้วยการขีดเขียน Dmitri Vrubel จึงได้อนุญาติให้ ศิลปินชาวเยอรมันสามารถวาดภาพนี้ขึ้นมาใหม่ได้ เมื่อต้องการปรับปรุงกำแพง ภาพนี้จึงมีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด แต่ก็ยังมีความทรงจำของภาพอยู่
และอีกภาพคือภาพของ Trabi auto ที่พุ่งออกมาจากกำแพง Trabi เป็นรถที่ผลิตใช้เฉพาะในฝั่งเยอรมันตะวันออก หรือ DDR ที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิส แต่ละครอบครัวถ้าจะมีรถต้องมาลงชื่อจองกันไว้ก่อน แต่กว่าจะได้ต้องรอนานถึง 10 ปี หลังจากที่กำแพงพังลงรถชนิดนี้ก็ไม่มีการผลิตขึ้นมาอีก ตัวถังรถ Trabi ผลิตจากไฟเบอร์ เวลาเคาะแล้วจะดังเหมือนเราเคาะท้องเรือที่ทำจากไฟเบอร์ แล้วเวลามันวิ่งบนท้องถนน มันจะเป็นยังไง (ก็แค่คิดตาม)
ตลอดความยาว 1.3 กิโลเมตร ก็จะมีภาพวาด Graffiti ตลอดทาง และในส่วนสุดท้ายของกำแพงจะมี CV ที่แสดงปีตั้งแต่มีการสร้างกำแพงขึ้นมาและในแต่ละปีจะมีภาพดอกไม้วาดเรียงๆกันอยู่ ซึ่งดอกไม้หนึ่งดอกจะแทนจำนวนของผู้ที่เสียชีวิต 136 คน จากการพยายามหลบหนีในปีนั้น ซึ่งบางปีก็ไม่มีการบันทึกไว้
ยิ่งทำให้เราได้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้น ผู้คนมากมายที่ต้องเสียชีวิตไปจาก
“สงครามและความขัดแย้ง ”











ขอบพระคุณมาก ชอบจัง