การเดินทางครั้งนี้ไปกันเบาๆ สองคน (แต่น้ำหนักคนไม่เบาเลย) เดินทางสบายๆ ไม่ตบตีกัน เพราะไปกันเกินสองเมื่อไรมีปัญหาทุกที

นานจนจำเกือบจะจำไม่ได้ว่าเราเดินทางช่วงไหนกัน หน้าจะเป็นช่วงปลายๆ หน้าหนาวแล้ว มีฝนตกนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าอากาศดี
ที่พักพี่ที่ไปด้วยกันแกจองหมด เราแสนจะสบาย แค่พาเขาเที่ยวอย่างเดียว ก่อนจะมาเราก็พยายามเตรียมข้อมูลเที่ยวแล้วน่ะ
แต่ปรากฏว่าเครื่องปริ้นมันเสีย เลยไม่ได้ปริ้นอะไรติดมือมาด้วย ก็ไม่ใช้ปัญหาในการเที่ยว เพราะเราเคยมาเดินรอบปรากจนขาแทบจะขาดกันรอบหนึ่งแล้ว พูดถึงความประทับใจที่ปราก มีหลายอย่างมาก ค่าเดินทางถูก ที่พักถูก เมืองสวยน่ารัก โดยเฉพาะปราสาท มีปราสาทเยอะมากและสวยมากด้วย

เรานั่งรถไฟตรงจาก Rostock และแวะเปลี่ยนรถครั้งหนึ่งที่ Berlin แล้วไปเจอกับคุณพี่เล็กที่รอขึ้นรถไฟที่ Dresden นั่งรถต่อมาอีกไม่กี่ชั่วโมง เราก็มาถึง Prague ครั้งนี้เราลงกันที่สถานีกลางเมืองหน่อย หารถราต่อไปที่โรงแรมได้ง่าย สบายกว่าครั้งก่อนเยอะ แต่โรงแรมก็ยังคงอยู่นอกเมืองออกสักนิด แต่ห้องใหม่ ไม่แพงและมีอาหารเช้าให้รับทานได้เต็มที่ ถึงจะเพลียกับการนั่งรถไฟหลายชั่วโมงแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา หลังจากเก็บสัมภาระเราก็รีบออกมาเดินเที่ยวกันทันที ที่นี่ดีเรื่องการขนส่ง ถ้าคุณต้องการเที่ยวในเมือง สักหนึ่งวัน คุณก็ซื้อตั๋ว Day ticket ไปเลย รับรองว่าคุ้มแน่ ขึ้นรถได้ทุกชนิด ถ้าเดินเหนื่อยเราก็ขึ้นรถ นั่งมันไปเรื่อยๆ ชมเมือง

ที่แรกที่เราจะต้องไปในปรากก็คือสะพาน Charles (Karlův) สะพานที่สร้างข้ามแม่น้ำวัลตาวา ซึ่งถือเป็นสะพานที่เป็นสัญลักษณ์ของปรากก็ว่าได้ การไปปรากในครั้งแรกและครั้งที่สอง เราก็ยังไม่ได้เห็นสะพานที่สวยงามสักทีเพราะซ่อมแซมกันนานข้ามปี แต่ก็ได้เห็นความงามเต็มๆ สมใจ ก็เมื่อได้ไปเป็นครั้งที่สาม ก็คงเหมือนทุกคนที่ไปเที่ยวปราก เขาก็ต้องการไปเดินบนสะพานนี้กันเหมือนกัน ดังนั้นบนสะพาน Charles ก็จะไม่เคยว่างเว้นจากผู้คนเลย แล้วยิ่งถ้าได้เดินบนสะพาน Charles ตอนกลางคืน ชมแสงไฟที่สาดส่องไปที่ Hradčany ด้วยแล้ว ใครที่ได้เห็นก็จะต้องร้อง…ว้าวววว มันสวยมาก เราพยายามถ่ายรูปกลับมาหลายรอบมาก แต่ด้วยความที่เป็น night mode มือสั่นนิดๆ ก็เบลอแหละ ครั้งล่าสุดตั้งใจมากหน่อย เลยได้รูปที่ใกล้เคียงที่ตามเราเห็นที่สุด

หลังจากเดินข้ามสะพานมาแล้ว เดินเล่นในเมืองก็จะได้อารมณ์เหมือนเดินอยู่ในเมืองยุโรปโบราณ เพราะตึกเก่าๆ ยังคงอยู่เยอะ ซึ่งส่วนมากก็ถูกทำเป็นตึกห้องพักโรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ถ้าใครชอบของเก่า ของที่ระลึกที่ปรากมีแบบแอนทิคเยอะมาก ขนาดเรายังต้องซื้อติดมือมา
ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ บนขอบสะพาน Charles ทั้งสองด้าน จะมีรูปปั้นของเซนต์ทั้งหลายอยู่ เรื่องราวของรูปปั้นที่เรียงรายกัน 2 ข้างของสะพานก็น่าสนใจไม่น้อย เซนต์หญิงทั้ง 3 ซึ่งมีตำนาน ต้องแก่ความตายก่อนวัยอันควร
St. Barbara สาวงามผู้หลบหนีพ่อมาบวชในศาสนา แต่พ่อผู้หึงหวงลูกสาวก็ตามมาฆ่าตัดหัวเธอ
Margaret หญิงสาวผู้มีศรัทธาแรงกล้า ปฏิเสธการสมรสกับคนนอกศาสนา จึงถูกทรมานจนตาย
St. Elizabeth ธิดากษัตริย์ผู้อุทิศตนให้กับการดูแลผู้ป่วย
St. Cosmos and Damian แพทย์สองพี่น้องที่อุทิศตนดูแลรักษาผู้ป่วย จนได้รับการนับถือต่อมาเป็นนักบุญ
St. Francis Xavier นักบุญที่เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาทวีปเอเชีย
St. John the Baptist ผู้ทำพิธีล้างบาปให้พระเยซู
St. Vitus นักบุญที่กษัตริย์เวนเซสลัสนับถือ และนำนามของท่านมาสร้างวิหารเสียดฟ้าในปราสาท
St. Anne และ St. Joseph มารดาและสามีพระแม่มารี
St. John Nepomuk รูปปั้นจะเป็นสีบรอนซ์ไม่เหมือนใคร คริสต์ชนที่เดินข้ามผ่านสะพานนี้ มาหยุดอยู่หน้ารูปปั้น เพื่ออธิษฐานและแสดงความเคารพโดยการแตะๆ ลูบๆ แผ่นโลหะสีทองๆ โดยปกติแล้ว บริเวณนี้ผู้คนจะแน่นมาก ต้องต่อคิวกัน ว่ากันว่าหากใครอธิษฐานจะได้กลับมาเยือนปรากอีก (ลูบไปหลายรอบแหละ เลยได้กลับไปตั้ง 3 รอบ และสงสัยว่าจะมีหลายรอบตามมา ><)

อีกส่วนหนึ่งในปรากที่ไม่ควรจะพลาดเป็นอย่างยิ่งก็คือ Hradčany castle ปราสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 มีเนื้อที่ 18 เอเคอร์ แนะนำว่าถ้าจะเดินในนี้จริงๆ ต้องใช้เวลาเกือบทั้งวัน เพราะภายในมีส่วนปลีกย่อยมากมายให้เราเข้าไปเดินชม
รวมทั้งมหาวิหารเซนต์วิตัส (St. Vitus Cathedral)เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงปร๊าก พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 ทรงโปรดให้สถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อแมททิวแห่งอาร์ราส (Matthhew of Arras) สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1344 มหาวิหารมีความกว้าง 60 เมตร ยาว124 เมตร หอคอยสูง 97 เมตร การก่อสร้างในช่วงแรกๆ ยังไม่สมบูรณ์ มีการก่อสร้างเพิ่มเติมเรื่อยๆ เป็นเวลาหลายร้อยปี จนมาเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1929 ภายในมหาวิหารประดับกระจกสีอันวิจิตรงดงาม เป็นรูปภาพของนักบุญและเรื่องราวเกี่ยวกับคริสต์ศาสนา ที่น่าสนใจก็คือบริเวณแท่นบูชาของเซนต์เวนเซสลาส (Chapel of St. Wenceslas) ที่ตกแต่งด้วยภาพวาดเทคนิคเฟรสโกและอัญมณีมีค่าถึง 1,345 ชิ้น นอกจากนี้ภายในมหาวิหารยังเป็นที่ไว้พระศพของบรรดากษัตริย์สำคัญในอดีต พระศพของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 ก็ฝังอยู่ที่นี่ หลุมศพของพระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 พระเจ้าแมกซิมิเลียนที่ 2 และพระมเหสีก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน
อีกที่ภายในส่วนของปราสาทที่เราชอบมากก็คือ the golden lane เป็นตรอกเล็กๆ ที่มีขอที่ระลึกขายเยอะมาก บ้านที่อยู่ในตรอกนี้ เคยเป็นที่อยู่อาศัยจริงๆ แต่ต่อมาก็ถูกเช่าเปลี่ยนเป็นร้านค้าหมด

ตอนช่วงเย็นๆ แดดร่มลมตก อีกหนึ่งกิจกรรมที่แนะนำก็คือ การนั่งเรือร่องแม่น้ำวัลตาวาชมเมืองสองฝั่งแม่น้ำ ระยะทางร่องก็ไม่ได้ไกลมาก เมื่อร่องผ่านสถานที่สำคัญไกด์ก็จะอธิบาย ที่ปรากเคยถูกน้ำท่วมมาครั้งหนึ่งครั้งใหญ่มาก บ้านเรือนบางส่วนโดนน้ำท่วม หลังน้ำท่วมจึงได้มีการซ่อมแซมตึกริมแม่น้ำใหม่ เพื่อป้องกันน้ำท่วมในครั้งต่อไป
โพสท์วันนี้อาจจะขาดตกบกพร่องไปเยอะ เพราะเรื่องราวก็นานเป็นปีมาแล้ว แต่ที่พอจะเขียนได้ก็คงเพราะมีความประทับใจต่อเมืองปรากนี้อยู่หลายอย่าง
จบโพสท์ด้วยภาพเบลอๆ ของกะลาสีหนุ่มกับแสงอ่อนๆ ของดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ปราก ^^
ต่อด้วย เที่ยวมันไปเรื่อยบราติสลาวา เลยค่ะ









[...] เที่ยวมันไปเรื่อยที่ปราก การเดินทางของพวกเรายังไม่จบ [...]